การกระทำของกำนันที่รังวัดที่ดินและออกหนังสือรับรองให้ราษฎรก่อนยื่นคำขอจับจองต่ออำเภอ โดยเรียกเงินค่าป่วยการ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ห
การกระทำของกำนันที่รังวัดที่ดินและออกหนังสือรับรองให้ราษฎรก่อนมีการยื่นคำขอจับจองต่ออำเภอ และหนังสือรับรองมิได้เขียนในแบบฟอร์มตามกฎกระทรวง ถือว่ากำนันทำขึ้นโดยส่วนตัว ไม่ใช่ตามหน้าที่ ไม่เป็นหนังสือรับรองตามกฎหมาย จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 แม้จะเรียกเงินค่าป่วยการ
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยเป็นกำนัน มีราษฎร 56 รายต้องการจับจองที่ดิน จำเลยรังวัดและออกหนังสือรับรองให้ราษฎรก่อนยื่นคำขอจับจองต่ออำเภอ โดยเรียกเงินค่าป่วยการไร่ละ 1 บาท รวม 2,062 บาท ต่อมาราษฎรนำหนังสือรับรองไปขอจับจองแต่อำเภอไม่อนุญาต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2496อัยการจังหวัดนครสวรรค์โจทก์นายชำนาญ ชาญถิ่นคงจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 137. พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 กฎกระทรวงเกษตราธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉะบับที่ 6) พ.ศ.2479 กฎกระทรวงเกษตราธิการออกตามความใน พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉะบับที่ 6) พ.ศ. 2479 วางระเบียบในเรื่องการขอจับจองที่ดินไว้ว่า ให้ผู้ขอจับจองยื่นเรื่องราวขอจับจองตามแบบฟอร์ม เมื่อกรมการอำเภอได้รับคำขอแล้วให้นายอำเภอ หรือผู้แทนจะเป็นกำนันหรือเจ้าหน้าที่อื่นก็ได้ ไปทำการชัณสูตร ยังที่ดินพร้อมด้วยผู้ขอฉะนั้นถ้าราษฎรผู้ขอจับจองได้ตรงไปให้กำนันรังวัดที่ดินและออกหนังสือรับรองเสียก่อน แล้ว จึงมายื่นคำขอจับจองต่ออำเภอในภายหลัง ทั้งหนังสือรับรองของกำนันก็มิได้เขียนลงในแบบฟอร์มตามกฎกระทรวง เช่นนี้ ต้องถือว่ากำนันทำขึ้นเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ทำตามหน้าที่ ไม่เป็นหนังสือรับรองตามกฎหมาย ฉะนั้นแม้กำนันจะ เรียกร้องเอาเงินจากราษฎรผู้ขอ เป็นค่าช่วยการของตนคิดตามราคาเนื้อที่ดินรังวัดก็ดี กำนันนั้นก็ยังไม่มีผิด ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 137./โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบังคับเรียกค่ารังวัดชัณสูตรที่ดินจากราษฎร ซึ่งต้องการจับจองที่ดินในตำบลห้วยน้ำหอมรวม ๕๖ ราย เป็นเงิน ๒๐๖๒ บาท เป็นการมิชอบ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๖, ๑๓๗, ๑๓๘ ฯลฯ จำเลยต่อสู้ว่า กระทำโดยไม่มีอำนาจและหน้าที่ จึงไม่ผิดล ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามมาตรา ๑๓๗ จำคุก ๑ ปี. จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นกำนันตำบลห้วยน้ำหอม มีราษฎร ๕๖ ราย ต้องการจับจอง ที่ดินในตำบลนั้น จำเลยได้จัดการรังวัดแล้ว ทำหนังสือรับรองให้รา