ปัญหาข้อกฎหมายว่าคำร้องขอเฉลี่ยหนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่ และเจ้าหนี้คนหลังจะร้องขอเฉลี่ยหนี้จากเงินที่เจ้าหนี้คนแรกยึดตามหมายบังคับได้หรือไม่
เจ้าหนี้คนหลังจะร้องขอเฉลี่ยหนี้จากเงินที่เจ้าหนี้คนแรกยึดตามหมายบังคับไม่ได้ และคำร้องขอเฉลี่ยหนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลเดิมที่ให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์
โจทก์นำยึดเงินของจำเลยที่บริษัท อ. เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2470 วันรุ่งขึ้นบริษัท อ. นำเงินมาวางศาล ต่อมาเจ้าหนี้อื่น ๆ ร้องขอเฉลี่ยหนี้บ้าง วันที่ 12 กันยายน 2471 (เกินกว่า 9 เดือน) เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ของนางเขียนยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ 7,512 บาท ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานรั
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2472เจ้าแก้วนวรัฐโจทก์นายวงษ์เกษม ณลำปางจำเลย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 4 พ.ร.บ.ล้มละลาย ร.ศ.127 ม. 40ยึดทรัพย์ เฉลี่ยหนี้เงินที่เจ้าหนี้คนแรกยึดตามหมายบังคับ เจ้าหนี้คนหลังจะร้องขอเฉลี่ยไม่ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.4 คำร้องขอเฉลี่ยหนี้เปนคดีมีทุนทรัพย์ พ.ร.บ.ล้มละลาย ร.ศ.130 ม.40คดีนี้โจทก์นำยึดเงินของจำเลยที่บริษัท อ.เมื่อวันที่ ๑ ธันวาความ ๒๔๗๐ ในวันรุ่งขึ้นบริษัท อ.นำเงินมาวางศาล ต่อมาเจ้าหนี้อื่น ๆ ร้องขอเฉลี่ยหนี้บ้าง ครั้นวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๗๑ (เกินกว่า ๙ เดือน) เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ของนางเขียนยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ ๗๕๑๒ บาท ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์เสีย เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้เจ้าพนักงานฎีกาได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และตัดสินยืนตามศาลเดิม อ้างฎีกาที่ ๗๐๔/๑๒๒ ที่ ๒๖๐/๒๔๖๑ (หมายเหตุ คำร้องของเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมสำหรับจำนวนเงิน ๗๕๑๒ บาท แต่ศาลฎีกาถือว่าเปนคดีที่มีทุนทรัพย์)(มนู-เทพ-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ