การชักมีดทำท่าจะแทงเจ้าทรัพย์เพื่อหลบหนีหลังลักทรัพย์ เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์หรือไม่
การชักมีดจะแทงเจ้าทรัพย์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและของพวกตัวซึ่งจะได้หลีกเลี่ยงให้พ้นจากอาชญา และผู้ร่วมกระทำความผิดได้รับประโยชน์จากการกระทำดังกล่าวด้วย ถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 299
ศาลฎีกาพิพากษาให้ ส. มีความผิดตามมาตรา 299 จำคุก 3 ปี ส่วนคดีของ ป. ไม่มีฎีกาให้เป็นยุติ
จำเลยทั้งสามสมคบกันลักโค เมื่อเจ้าทรัพย์ไล่ติดตาม จำเลยทิ้งโคและหนี ระหว่างที่เจ้าทรัพย์ไล่ติดตาม ป. สะดุดล้ม เจ้าทรัพย์เงื้อพร้าหวดจะฟัน ส. จึงโดดเข้าคร่อม ป. แล้วชักมีดทำท่าจะแทงเจ้าทรัพย์ ทำให้เจ้าทรัพย์กลัวถอยกลับ จำเลยพากันหนีไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2472อัยยการนครราชสีมาโจทก์นายสอน นายเหน่ง พลทหารปลื้มจำเลย ป.อ. ม. 299, ม. 294, ม. 254 ป.วิ.อ. สามคนสมคบกันไปลักทรัพย์แล้วทิ้งทรัพย์วิ่งหนี ผู้ร้ายอีกคนหนึ่งชักมีดออกทำท่าจะแทงเจ้าทรัพย์มีผิดฐานชิงทรัพย์ วิธีพิจารณาอาญา เหตุในลักษณคดีศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าจำเลยคนใดควรมีโทษหนักกว่าที่ศาลล่างวางมาแต่โจทก์มิได้ฎีกาศาลฎีกาไม่ให้แก้จำเลยทั้ง ๓ คนสมคบกันไปลักโคเขา พอเจ้าทรัพย์ไล่ติดตามมาก็ทิ้งโคพากันหนีเจ้าทรัพย์ไล่ติดตามต่อไป ป.สดุดคันนาหกล้ม เจ้าทรัพย์ตรงเจ้าเงื้อพร้าหวดจะฟัน ส.จึงโดดเข้าคร่อม ป.ไว้แล้วชักมีดออกทำท่าจะแทงเจ้าทรัพย์ ๆ กลัวเลยถอยกลับ จำเลยก็พากันหนีไปดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่า ส.มีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ๓ ปี ส่วน ป.น.มีผิดฐานลักสัตว์พาหนะตาม ม.๒๙๔ ตอนท้ายให้จำคุก น.๒ ปีและ ป.๔ ปีรวมทั้งโทษที่เพิ่มด้วย ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่า ส.มีผิดฐานลักทรัพย์ให้จำคุก ๒ ปีกะทงหนึ่ง และฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ม.๒๕๔-๖๐ จำคุก มีกะทงหนึ่ง รวมเป็น ๓ ปี นอกนั้นยืนตามศาลเดิม โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ ส.ฐานชิงทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นว่า ส.ชักมีดจะแทงเจ้าทรัพย์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและของพวกตัวซึ่งจะได้หลีกเลี่ยงให้พ้นจากอาชญา และ ป.ก็ได้รับประโยชน์จากการกระทำของ ส.ด้วย ส.และ ป.ควรมีผิดตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ส.๓ ปี แต่คดีส่วนตัว ป.ไม่มีฎีกาขึ้นมาให้เป็นยุติไป(ศรี-วิชัย-นล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ