ปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อโจทก์ไม่มีปืนของกลางมาเป็นหลักฐาน และไม่ปรากฏว่าปืนนั้นมิได้จดทะเบียน จะฟังว่าจำเลยมีปืนไม่จดทะเบียนได้หรือไม่ และศาลอุทธรณ์มีอ
เมื่อโจทก์ไม่มีปืนมาเป็นหลักฐาน และไม่ปรากฏว่าปืนนั้นมิได้จดทะเบียนแล้ว ถึงแม้จะฟังว่าจำเลยใช้ปืนในระหว่างเดือนที่โจทก์กล่าวหา ก็ยังไม่พอลงโทษจำเลยได้ และเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าหลักฐานของโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลยแล้ว ก็มีอำนาจจะปล่อยจำเลยที่ไม่อุทธรณ์ขึ้นมาได้ ตาม ป.อ. มาตรา 68
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ปล่อยตัวจำเลยทั้งสอง
โจทก์ฟ้องว่าระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2471 จำเลยมีปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ 1 กระบอก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ร.ศ. 131 มาตรา 34 แต่โจทก์ไม่มีปืนของกลางมาเป็นหลักฐาน ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิด ให้ปรับคนละ 50 บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่มีปืนมาเป็นหลักฐาน ไม่พอลงโทษจำเลย และให้ปล่อยต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2472อัยยการสุราษฎร์ธานีโจทก์นายปาน นายเชื่อมจำเลย พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ร.ศ.131 ม. 34 วิธีพิจารณาอาชญา ป.อ. ม. 68ลักษณพะยาน ฟ้องว่าจำเลยมีปืนไม่จดทะเบียน แต่ไม่ได้ปืนมาเปนของกลาง จะฟังว่าปืนนั้นไม่ได้จดทะเบียนยังไม่ได้ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าหลักฐานของโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลยแล้วก็มีอำนาจจะปล่อยจำเลยที่ไม่อุทธรณ์ขึ้นมาได้ อาญา ม.68โจทก์ฟ้องว่าระหว่าเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๑ จำเลยมีปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ ๑ กระบอก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวาวุธปืน ๑๓๑ มาตรา ๓๔ แต่โจทก์ไม่มีปืนของกลางมาเปนหลักฐานดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามพระราชบัญญัติที่โจทก์อ้าง ให้ปรับคนละ ๕๐ บาท ป.อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยทำผิดในระหว่าง ๔ เดือน ไม่ปรากฎว่ากระทำผิดวันใด เปนการยากที่จำเลยจะต่อสู้ และโจทก์ไม่มีปืนมาเปนหลักฐาน ไม่พอจะลงโทษจำเลย ถึงแม้ ช.จะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมาก็ให้ปล่อยตัวไปด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ไม่มีปืนมาเปนหลักฐาน และไม่ปรากฎว่าปืนนั้นมิได้จดทะเบียนแล้ว ถึงแม้จะฟังว่าจำเลยใช้ปืนในระหว่างเดือนที่โจทก์กล่าวหา ก็ยังไม่พอลงโทษจำเลยได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(นล-เทพ-หริศ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ