ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2472

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ไปจากศาล แต่ไม่ได้กล่าวในฟ้องว่าทรัพย์นั้นเป็นของใคร จะลงโทษจำเลยตามมาตราใด

หลักกฎหมาย

ตามฟ้องของโจทก์ที่ไม่ได้กล่าวว่าทรัพย์เป็นของใคร ควรลงโทษจำเลยตามมาตรา 293 ข้อ 1-4-5 และ 11

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า ตามฟ้องของโจทก์ดังนี้ ควรลงโทษจำเลยตาม ม.293 ข้อ 1-4-5 และ 11

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกับพวกอีก 3 คนสมคบกันงัดและไขกุญแจศาลลักเอากำปั่นซึ่งบรรจุทรัพย์ต่าง ๆ ไป เหตุเกิดในเวลากลางคืน โจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องว่ากำปั่นและทรัพย์ในกำปั่นเป็นของใคร เพียงแต่กล่าวว่ากำปั่นและทรัพย์อยู่ในความอารักขาของจ่าศาล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2472อัยยการประจวบคีรีขันธ์โจทก์พลตำรวจภูธรก้าน กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 293, ม. 294 ป.วิ.อ. ลักทรัพย์ไปจากศาลแต่โจทก์ไม่กล่าวฟ้องว่าทรัพย์ของใคร มีผิดตาม ม.293 เท่านั้นจำเลยกับพวกอีก ๓ คนสมคมกันงัดและไขกุญแจศาลลักเอากำปั่นซึ่งบรรจุทรัพย์ต่าง ๆ ไปเหตุเกิดในเวลากลางคืน แต่โจทก์ไม่กล่าวในฟ้องว่ากำปั่นและทรัพย์ในกำปั่นเปนของใครเปนแต่กล่าวว่ากำปั่นและทรัพย์อยู่ในความอารักขาของจ่าศาล ดังนี้ ศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๕ ศาลอุทธรณ์แก้ว่า ศาลไม่ใช่เคหะสถานจำเลยมีผิดตาม ม.๒๙๔ ศาลฎีกาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า ตามฟ้องของโจทก์ดังนี้ ควรลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๓ ข้อ ๑-๔-๕ และ ๑๑(หริศ-เทพ-นล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ