ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2472

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าในกรณีภรรยาร้างมีชู้ จะริบทรัพย์สินสมรสได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 10 ใช้เฉพาะกรณีภรรยาที่อยู่กินกับสามีตามปกติ ไม่ใช่ภรรยาร้าง เพราะกฎหมายว่าด้วยภรรยาร้างมิได้บัญญัติให้ริบทรัพย์สินสมรสไว้ ดังนั้น เมื่อภรรยาร้างมีชู้ จึงไม่ริบทรัพย์สินสมรส

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยที่ 2 เพียง 80 บาท และไม่ริบทรัพย์สินสมรส

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทิ้งภรรยา (จำเลยที่ 1) ไปอยู่กับหญิงอื่นนาน 7 เดือน โดยจำเลยที่ 1 ไม่ทราบที่อยู่ ทำให้จำเลยที่ 1 เป็นภรรยาร้าง ต่อมาจำเลยที่ 1 อยู่กินกับจำเลยที่ 2 ฉันท์สามีภรรยา โจทก์ฟ้องขอให้ปรับจำเลยที่ 2 และริบทรัพย์สินสมรส

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2472นายแจ้โจทก์นางแดง นายจิ๋วจำเลย กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 56 เมียร้างมีชู้ไม่ริบทรัพย์ แปลกฎหมายสินสมรสเมียร้างริบได้เพียงใดโจทก์จำเลยที่ ๑ ได้เสียกันเองไม่มีทุนสินเดิมมีบุตร์ ๒ คน ในระวางอยู่กินด้วยกันจำเลยที่ ๑ ได้รับมฤดกจากบิดา ต่อมาเมื่อเมษายน พ.ศ.๒๔๗๐ โจทก์กับนางเจียนลอบรักกันแล้วพากันไปอยู่นครราชสีมาเปนเวลาตั้ง ๗ เดือนดังนี้ จำเลยที่ ๑ ก็ไม่ทราบว่าโจทก์ไปไหน จำเลยที่ ๑ แลที่ ๒ ได้อยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภรรยา โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ปรับชายชู้แลริบทรัพย์ ศาลแพ่งแลศาลอุทธรณ์ตัดสินปรับจำเลยที่ ๒ ฐานผิดเมีย ๑๖๐ บาทแลให้ริบทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ทิ้งภรรยาไปจากพระนครอันเปนระยะทางไม่เกิน ๑ วัน จึงต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ อยู่ในฐานภรรยาร้าง แลจำเลยที่ ๒ ทำชู้กับภรรยาร้าง ต้องถูกปรับฐานทำชู้กับภรรยาร้างตามบท ๔๙-๕๖ แลฎีกาที่ ๓๘๗/๑๒๒ แต่เพียงกึ่งปฐมผิดเมีย จึงให้ปรับจำเลยที่สอง ๘๐ บาท ส่วนการริบทรัพย์นั้นเห็นว่าบทที่ ๑๐ หมายถึงภรรยาที่อยู่กินกับสามีตามปรกติไม่ใช่ร้าง เพราะกฎหมายว่าด้วยภรรยาร้าง ไม่กล่าวถึงการริบทรัพย์เลย ถ้าประสงค์จะริบทรัพย์ภรรยาร้างด้วยแล้ว คงบัญญัติไว้ในตอนนั้นด้วย จึงเห็นว่าความประสงแห่งกฎหมายคุ้มครองสามีภรรยาที่อยู่กันโดยปรกตินั้นต่างกับสามีภรรยาที่ร้างกัน จึงไม่ควรริบทรัพย์สินสมรส(นลราช-วิกรม-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ