ปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมและวาระเดียวกันหรือไม่ และโจทก์สามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่
ปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นต่างกรรมต่างวาระหรือว่าเป็นกรรมเดียววาระเดียวกันนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาแล้วว่าเป็นกรรมเดียวกัน โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อนี้ไม่ได้ ตามพระราชบัญญัติฎีกาอุทธรณ์ 2461 มาตรา 6
ให้ยกฎีกาโจทก์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและฐานกระทำอนาจารในกรรมและวาระเดียวกัน เป็นการละเมิดกฎหมายหลายบท ให้ลงอาญาในบทหนักคือฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246 ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 50 บาท โทษจำให้ยกเสีย โจทก์ฎีกาขอให้เรียงกระทงลงโทษจำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2479นายเมี่ยวเส็งผู้ปกครอง,นางสาวสำรวยโจทก์นายดวงซัง แซ่โห้จ.ล0 ป.อ. ม. 70-71-246- ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 การกระทำของจำเลยเปนกรรมและวาระเดียวกันหรือไม่เปนข้อเท็จจริงศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและฐานกระทำอนาจารในกรรมและวาระเดียวกันเปนการละเมิดกฎหมายหลายบท ให้ลงอาญาในบทหนักคือฐานกระทำอนาจารตาม ม.๒๔๖ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐ บาท โทษจำให้ยกเสีย โจทก์ฎีกาขอให้เรียงกะทงลงโทษจำเลย ศาลฎีกาตัดสินว่าปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยจะเปนต่างกรรมต่างวาระหรือว่าเปนกรรมเดียววาระเดียวกันนั้นเปนปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าเปนกรรมเดียวกันโจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อนี้ไม่ได้ ตามพ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ๒๔๖๑ ม.๖ ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย(มนธา-พลางกูร-อมาตย์)ศาลชั้นต้น - นายสวิงศาลอุทธรณ์ - พระยา+บัณฑิตย์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ