ปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทำร้ายร่างกายโดยบันดาลโทสะหรือเป็นการป้องกันตัว
การกระทำโดยบันดาลโทสะตามมาตรา 254, 55 และการป้องกันตัวตามมาตรา 50
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยในตอนต้น ว.ทำร้าย ล. โดยบันดาลโทสะ มีผิดตามมาตรา 254, 55 ส่วนเหตุตอนหลัง ว.กับ ล.กระทำโดยป้องกันตัว ไม่มีความผิดตามมาตรา 50
ล.เมาสุราเดินมาหน้าบ้าน ว. แล้วกล่าวเยาะเย้ย ว. ใช้ไม้ตี ล. บาดเจ็บ ต่อมา จ.ผู้ใหญ่บ้านบิดา ว. เรียกพวกถืออาวุธกรูเข้าไปในบ้าน ว. เวลาค่ำคืนโดยไม่บอกกล่าวว่ามาทำไม ว.กับ ล.วิ่งออกมาต่อสู้กัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2472อัยยการชัยนาทโจทก์นายเวง นายเถื่อน นายพานจำเลย ป.อ. ม. 254, ม. 55, ม. 50 ป.วิ.อ. ทำร้ายเขาโดยถูกยั่วโทษะ และป้องกันตัว วิธีพิจารณาอาญา ผู้ใหญ่บ้านกับพวกวิ่งกรูกันเข้าไปในบ้านจำเลยโดยมิได้บอกกล่าวให้ทราบว่ามาทำไม แล้วเกิดทำร้ายกันขึ้น จำเลยไม่มีผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานล.เมาสุราเดิรมาถึงน่าบ้าน ว.กล่าวเยาะเย้ยด้วยถ้อยคำไม่สมควร ว.ก็นิ่งเสียไม่ช้า ล.เดิรกลับมาและกล่าวเยาะเย้ยอีก ขณะนั้น ว.ยืนอยู่ที่ประตูบ้าน จึงเอาไม้ตี ล.มีบาดเจ็บ แล้วพวกของ ล.ก็พา ล.ไป จ.ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเปนบิดา ว.ได้ทราบเหตุ ก็เรียก ป.ข.พ.ถืออาวุธกรูกันเข้าไปในบ้าน ว. ว.กับ ล.ก็วิ่งออกมาแล้วเกิดฟันและตีกันขึ้น ปรากฎว่า ล.ถูกตีที่ศีร์ษะกับแสกหน้าฟกช้ำ ๒ แผล ป.ถูกฟันและถูกตีรวม ๓ แผลไม่สาหัส ว.ถูกฟัน ๒ แผลแต่ไม่สาหัส โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษ ว.ล.ตามมาตรา ๒๕๔-๒๕๖-๑๑๙-๑๒๐-๖๕-๗๑ ศาลเดิมตัดสินว่า ว.ทำร้าย ล.โดยบันดาลโทษะกะทงหนึ่ง และ ว. ล.ทำราย ป.อีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุก ว.๒ กะทง ๑ ปี ล. ๖ เดือน ส่วน พ.ให้ปล่อยไป ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่า ในตอนต้นที่ ว.ทำร้าย ล.เปนการกระทำโดยบันดาลโทษะ มีผิดตามมาตรา ๒๕๔-๕๕ ให้จำคุก ๓ เดือน แต่ให้รอการลงอาญาไว้ ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตอนหลังซึ่ง ว.กับ ป.ต่างมีบาดเจ็บด้วยกันนั้น เปนด้วย จ.ผู้ใหญ่บ้านกับพวกถืออาวุธกรูเข้าไปในบ้าน ว.เวลาค่ำคืนโดย+บอกให้ทราบเปนกิจลักษณว่ามาจับกุม ว.ตามหน้าที่ จึงเปนเหตุให้ ว.กับ ล. จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ได้ชื่อว่า ว.ล.กระทำโดยป้องกันตัว ไม่มีผิดตามมาตรา ๕๐ ให้ปล่อย ว.ล.ไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(พิพาก-พรหม-นล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลข