ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2472

ประเด็นกฎหมาย

การขอเลื่อนคดีเพื่อเตรียมต่อสู้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 28 อยู่ในดุลยพินิจของศาล และข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันในศาลล่างจะยกขึ้นในชั้นฎีกาไม่ได้

หลักกฎหมาย

การเลื่อนคดีอยู่ในดุลยพินิจของศาล ไม่ใช่สิทธิของคู่ความ และข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันในศาลล่างจะยกขึ้นในชั้นฎีกาไม่ได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่าง ให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ 2 กู้เงินโจทก์และอ้างว่าใช้หนี้แล้ว แต่ไม่สามารถนำใบรับเงินมาแสดงในวันชี้สองสถาน จึงขอเลื่อนคดี ศาลล่างไม่ให้เลื่อนเพราะเห็นว่าเป็นการประวิงคดี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2472นายชูนาปานา (อังกฤษ)โจทก์นายแยม เซกไชที่ 1 นายอับดุลกาเดอร์ที่ 2 นางกาเดอร์ที่ 3จำเลย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 เลื่อนคดีอยู่ในดุลยพินิจของศาล พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ข้อกฎหมายที่ไม่ได้เถียงกันมาชั้นศาลล่างจะเถียงในชั้นฎีกาไม่ได้คดีนี้คู่ความเปนคนในบังคับอังกฤษ ฎีกาได้ในปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยฎีกาว่า ( ๑ ) จำเลยขอเลื่อนคดีเพื่อเตรียมต่อสู้คดีตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๒๘ ( ๒ ) ทรัพย์จำเลยที่ ๓ ไม่ได้ระดมปนกับทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ หนี้สินเกิดขึ้นจากบิดาจำเลยที่ ๒ เข้าหุ้นส่วนจำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เปนสามีภรรยากัน จำเลยที่ ๒ ไปกู้เงินโจทก์ แลเถียงว่าได้ใช้แล้ว แต่ในวันชี้ ๒ สถาน จำเลยไม่สามารถเอาใบรับเงินมาแสดง จึบขอเลื่อนคดี ศาลล่างทั้ง ๒ ไม่ยอมให้เลื่อนเห็นว่าเปนการประวิงความ จึงตัดสินให้จำเลยที้ง ๓ ใช้เงินตามสัญญากู้ ศาลฎีกาตัดสินยืนตาม เห็นว่าฎีกาข้อ ๑ ของจำเลยนั้น จำเลยไม่มีทางสืบคดีของตนให้ชนะได้แลอยู่ในดุลยพินิจของศาล ส่วนฎีกาข้อ ๒ นั้นจำเลยไม่ได้เถียงมาชั้นศาลเดิม ให้ยกฎีกาเสีย(พรหม-เทพ-วิกรม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ