การบอกเลิกสัญญาเช่าและสถานะของที่เช่าในฐานะ 'เคหะ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2490
การพิจารณาว่าสิ่งปลูกสร้างเป็น 'เคหะ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2490 หรือไม่ ต้องพิจารณาเจตนาของคู่กรณีในเวลาทำสัญญาและเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ ว่าการเช่านั้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่ และผู้เช่าอยู่ในฐานะใด
ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ เนื่องจากคดียังไม่สมบูรณ์ ควรให้คู่ความนำสืบพยานต่อไป
โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยให้ออกภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2489 แต่ในวันที่พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พ.ศ. 2489 ใช้บังคับ ยังคงมีสัญญาเช่าอยู่ โจทก์ฟ้องขับไล่เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2490 คดีอยู่ระหว่างพิจารณาจนถึงวันที่พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พ.ศ. 2490 ประกาศใช้ (8 กรกฎาคม 2490) ทำให้คดีตกอยู่ในบังคับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2492พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดยนายสถิตย์ นิยมศิลป์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายฟุ้ยซัน แซ่เหลียงโจทก์ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 โจทก์ผู้ให้เช่ามีหนังสือไปยังจำเลยผู้เช่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2488 บอกเลิกสัญญาเช่าในวันที่ 31 พฤษภาคม 2489 ในวันใช้ พ.ร.บ. 2489 จึงยังคงมีสัญญาเช่าระหว่างโจทก์, จำเลยอยู่และโจทก์ได้ยื่นฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2490 คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาตลอดมา พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯ 2490 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2490 คดีจึงตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่า ฯ 2490 ต้องใช้ พ.ร.บ.ฉะบับนี้บังคับ การที่จะวินิจฉัยว่าเป็น "เคหะ" ตามความหมายใน พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ในภาวะคับขัน 2490 หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาที่ทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ รวมกันว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ การที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่าจะต้องพิจารณาด้วยว่าการอยู่, อยู่ในฐานะอย่างใด (อ้างฎีกา 1099-1147/2491)โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกตึงเช่า ชั้นพิจารณาคู่ความรับการกันว่าสัญญาเช่าาไม่มีกำหนดเวลาและโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทราบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๘ ให้จำเลยออกจากที่เช่า ภายในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙ แล้ว จำเลยต่อสู้ว่า (๑) สัญญาเช่าทำกับนายแม้นผู้รับมอบออำนาจเดิม นายสถิตย์มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลย การบอกเลิกสัญญาไม่มีผลตามกฎหมาย (๒) จำเลยเช่าสถานที่เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ได้รับความคุ้มครอบตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯ (๓)หากจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครอบ โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่า เพราะจำเลยไม่ได้ผิดชำระค่าเช่า