การพูดไล่ให้รื้อเรือนออกไปจากที่ดิน โดยผู้ถูกไล่ขอผัดและออกไปเอง ยังไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก
การที่จำเลยพูดไล่ให้โจทก์รื้อเรือนและให้พ้นที่ของตน และผู้ถูกไล่ผัดจำเลยก็ออกจากเรือนไป ยังไม่เป็นผิดฐานบุกรุก
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างให้ยกฎีกาโจทก์
เดิมจำเลยชวนโจทก์ให้ปลูกโรงในที่ดินของจำเลย ต่อมาจำเลยพูดไล่ให้โจทก์รื้อเรือนออกไป โจทก์ขอผัด จำเลยถือปืนมาพูดไล่อีกและอ้างอำนาจเจ้าเมือง ภายหลังอัยการบังคับให้โจทก์ออก โจทก์จึงรื้อโรงไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2479นายเทียน วงสวรรค์โจทก์นายเสงี่ยม กระจ่างพจน์จำเลย พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 มีมูลเป็นความผิดทางอาญา+ไม่ เป็นปัญหากฎหมาย +เข้าไปในบ้าน+พูดไล่ให้เขารื้อเรือน+ให้พ้นที่ของตน ผู้ถูกไล่+ผัดจำเลยก็ออกจากเรือนไปยังไม่เป็นผิดฐานบุกรุกคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๒๘ -๓๐๓-๒๖๘-๒๗๐ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลคดีฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมจำเลยชวนโจทก์ให้ไปปลูกโรงอยู่ในที่ดินซึ่งจำเลยครอบครองแลอาศัยอยู่ในที่ดินแลที่พักของรัฐบาล ต่อมาโจทก์จำเลยเกิดขัดใจกันขึ้น จำเลยพูดไส่โจทก์ให้รื้อโรงเรือนไปอยู่ที่อื่น โจทก์ว่ายังหาที่อื่นไม่ได้ รุ่งขึ้นจำเลยถือปืนมาด้วยแลส่งหนังสือให้ฉะบับหนึ่งบอกว่าเจ้าเมืองให้อำนาจจำเลย ฉะนั้นให้โจทก์ออกไปจากที่ โจทก์ขอผัด ต่อมาจำเลยก็ถือปืนเข้ามาพูดไล่อีก ภายหลังจำเลยไปร้องต่ออัยยการ ๆ เรียกโจทก์ไปบังคับให้ออกจากที่โจทก์จึงรื้อโรงไป ศาลล่างทั้ง ๒ เห็นว่าคดีโจทก์ยังไม่มีมูลเป็นความผิดทางอาญา จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่ารูปคดีดังนี้จำเลยต้องมีผิดทางอาญา ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างให้ยกฎีกาโจทก์(มนธา-พลางกูร-อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ