ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2506นางก้านตอง ทะแกล้วพันธุ์โจทก์นายทา หงษ์ทอง (โดยนางเงิน หงษ์ทอง รับมรดกความ)ล.นางเงิน หงษ์ทองจำเลยร่วม ป.วิ.พ. ม. 57 (1), , ม. 58โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และขับไล่จำเลยกับบริวารออกไป จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ในระหว่างพิจารณา เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ จำเลยตาย ศาลตั้งภรรยาจำเลยเป็นคู่ความแทนที่จำเลย ภรรยาจำเลยยื่นคำร้องว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยกับของตนมีสิทธิร่วมกัน ขอเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต การที่ร้องสอดเข้ามามิได้แสดงให้เห็นว่าที่ดินส่วนของตนอยู่ตรงไหน ตอนใด และจำเลยเดิมต่อสู้คดีไว้ขัดแย้งต่อสิทธิของตนประการใด ต้องถือว่าร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (2) หาใช่เข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามไม่ เมื่อจำเลยเดิมไม่มีสิทธิจะยื่นคำให้การอีก จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิเช่นกันโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าที่ดินเนื้อที่ ๓๐ ไร่ตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ และให้ขับไล่นายทาจำเลยและบริวารออกไป นายทาจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ไม่เคยครอบครองหรือเกี่ยวข้อง ในระหว่างพิจารณา พอสืบพยานโจทก์เสร็จ ก่อนวันนัดสืบพยานจำเลยนายทาจำเลยตาย ศาลมีคำสั่งตั้งนางเงินภรรยาจำเลยเป็นคู่ความแทนจำเลยผู้มรณะ นางเงินยื่นคำร้องว่าที่พิพาทเป็นของนายทาจำเลยกับนางเงินมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ขอเป็นจำเลยร่วมกับนายทาจำเลย และว่าเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจะยื่นคำให้การแก้คดีโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่ง "สำเนาให้โจทก์อนุญาต" ต่อมานางเงินยื่นคำให้การต่อสู้คดีมีข้อความเพิ่มเติมมากกว่าคำให้การของนายทาจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำให้การ นางเงินอุทธรณ์คำสั่งว่า ตนร้องสอดเข้าม