ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2505นางแคทริน บุบผา บุรี กับพวกรวม 2 คนโจทก์นายจรวย อัตถาวุฒิจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 566, ม. 570 ป.วิ.พ. ม. 177จำเลยให้การว่าจำเลยเช่าห้องรายพิพาทเพื่ออยู่อาศัย มิใช่เช่าเพื่อทำการค้า สัญญาเช่าที่ทำไว้จึงเป็นนิติกรรมอำพราง จำเลยไม่เคยผิดสัญญาเช่า ทั้งโจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญา ดังนี้ ไม่พอที่จะให้รับฟังได้ว่าจำเลยได้ขอรับสิทธิพิเศษ ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ เพื่อที่ตนจะได้รับความคุ้มครองให้อยู่ตอ่ไปโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องแถวที่ถนนรองเมือง อำเภอปทุมวัน จากโจทก์เพื่อทำการค้า มีกำหนด ๑ ปี ครั้นสิ้นอายุสัญญา จำเลยยังครอบครองห้องเช่าอยู่และยอมให้ค่าเช่าจนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๐๓ แล้วไม่ชำระ โจทก์เตือนแล้วจำเลยก็เพิกเฉย โจทก์บอกกล่าวเลิกการเช่าแล้ว จำเลยกับบริวารไม่ยอมออกไป ขอให้ขับไล่และให้ชำระค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์และผู้แทนไม่ยอมรับค่าเช่า จำเลยยินดีชำระค่าเช่าที่ค้างจำเลยค่าเช่าห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัย มิได้เช่าเพื่อทำการค้า สัญญาเช่าที่ทำไว้จึงเป็นนิติกรรมอำพราง จำเลยยังไม่เคยผิดสัญญา โจทก็ไม่เคยบอกเลิกสัญญา ฯลฯ ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความ โจทก์รับว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยจริง ศาลสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์รับว่าจำเลยเช่าห้องเป็นที่อยู่อาศัย แต่ฟ้องมิได้บรรยายว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า ๒ ครั้งติด ๆ กัน โจทก์จะขับไล่จำเลยมิได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ยกขึ้นอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุม ค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ จำเลยก็ไม่มีทางที่จะได้รับความคุ้มครองจาก