ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 785/2487นางปราง เกื้อนุ่นโจทนายชีด, นายจันจำเลย ป.พ.พ. ไห้ที่ดินผู้อื่นไปไห้เจ้าหนี้ทำกินต่างอกเบี้ยเงินกู้ผู้กู้ไปสัญญาด้วยว่าถ้าไม่ไถ่ไน 5 ปียอมไห้หลุดเปนสิทธิเมื่อครบ 10 ปีนับแต่วันสัญญาไถ่ถอนแล้วไม่ไถ่ฝ่ายเจ้าของได้ขอที่ดินคืนพายไน 10 ปี ดังนี้ เมื่อเจ้าของที่กับเจ้าหนี้โต้แย้งกัมสิทธิกัน ก็ต้องฟังข้อเท็ดจิงต่อไปโจทฟ้องว่า นางเผือกู้เงินของโจทไปและได้เอาที่นาพิพาทไห้โจททำต่างดอกเบี้ย สัญญากันว่าจะไถ่พายไน ๕ ปี ถ้าไม่ไล่ไห้ที่เปนกัมสิทธิโจท ๆ ได้ยึดถือเปนกัมสิทธิมาถึง ๑๔ ปีและได้จดทเบียนเปนเจ้าของมาหลายปีแล้วต่อมาจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินนี้ไปขายไห้แก่จำเลยที่ ๒ เสีย ขอไห้สาลทำลายสัญญาซื้อขายและสแดงว่าที่นารายนี้เปนของโจท ไนวันชี้สองสถาน คู่ความรับกันว่าเมื่อ พ.ส.๒๔๗๒ นางเผือได้ทำสัญญากู้เงินโจทไป และนางเผือได้ยืมที่รายนี้จากนางคลิ้งภรรยาจำเลยที่ ๑ ไปไห้โจททำกินต่างดอกเบี้ยไบสัญญากู้มีข้อความว่าจะนำเงินมาไถ่คืนพายไน ๕ ปี ถ้าไม่ไถ่ก็ไห้หาเปนกัมสิทธิแก่โจท โจททำนารายนี้เรื่อยมาจนกะทั่งจำเลยที่ ๑ และ ๒ ไปทำสัญญาซื้อขายกันต่ออำเพอ เมื่อวันที่ ๒๗ พรึสภาคม ๒๔๘๖ นางเผือตายมาได้ ๑๐ ปีแล้ว สาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้วพิพากสาว่าโจทครอบครองที่รายนี้โดยอาสัยสิทธิสัญญากู้ หาได้ครอบครองโดยอำนาดปรปักร์ไม่ ข้อสัญญาที่ว่าถ้าไม่ไถ่คืนพายไน ๕ ปีไห้ที่ดินเปนกัมสิทธิแก่โจทก็ไช้ไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำไห้ถูกต้องตามวิธีการไนเรื่องสัญญาเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ไห้ยกฟ้องโจท โจทอุธรณ์ สาลอุธรน์พิพากสาไห้สาลชั้นต้นทำการพิจารนาแล้วพิพากสาไหม่ จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่า เมื่อครบ ๕ ปีแล้วต้องถือว่าโจทครอบครองเพื่อตน และอาดยกเอาความข้อนี้ย