พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ผู้ทำพินัยกรรมมิได้ยื่นคำร้องด้วยตนเองต่อนายอำเภอ แต่มีผู้อื่นยื่นแทน จะสมบูรณ์หรือไม่ และการไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงมหาดไ
กฎกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดให้ผู้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงต่อกรมการอำเภอ เป็นเพียงระเบียบ ไม่เกี่ยวกับเรื่องแบบแห่งพินัยกรรม ดังนั้น แม้ผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้ยื่นคำร้องเอง ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรม หากพินัยกรรมได้ทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฟ้องว่านายเที่ยงตายโดยมิได้ทำพินัยกรรม ขอแบ่งมรดกจากจำเลย จำเลยนำพินัยกรรมมาแสดง โจทก์ปฏิเสธว่าพินัยกรรมไม่แท้จริง ขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายเที่ยงผู้ทำพินัยกรรมมิได้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอด้วยตนเอง แต่เรือโทเล็กเป็นผู้ยื่นคำร้องแทน และนายชาติปลัดอำเภอเบิกความว่าเข
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2508นางเหมือน ปุ่นอ่อน (หม้าย) ที่ 1 นางชิต ดาวเรือง ที่ 2 นายเชื่อม สังข์ทอง ที่3นายบุญช่วย อ่อนลมุล ที่ 4 นายปาน อ่อนลมุล หรือมากลั่น ที่ 5โจทก์นางเติม เหลืองตระกูลจำเลย ป.พ.พ. ม. 1658, ม. 1672 กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา 1672 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฏกระทรวงมหาดไทยที่ว่า ผู้ใดจะทำพินัยกรรมเป็นแบบเอกสารฝ่ายเมือง ให้ทำคำร้องแสดงความจำนงตามแบบของเจ้าพนักงานยื่นต่อกรมการอำเภอนั้น เป็นแต่เพียงระเบียบไม่เกี่ยวกับเรื่องแบบแห่งพินัยกรรม ฉะนั้น แม้ผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้ยื่นคำร้องเอง ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรม.โจทก์ฟ้องว่า นายเที่ยงตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ โจทก์ได้ขอแบ่งมรดกนายเที่ยงจากจำเลยในฐานะเป็นทายาท จำเลยไม่ยอมแบ่ง จำเลยไปขอรับมรดกต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยอ้างว่าเป็นบุตรนายเที่ยงผู้เดียว โจทก์คัดค้าน จำเลยกลับนำพินัยกรรมไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน โจทก์ปฏิเสธว่ามิใช่พินัยกรรมอันแท้จริงของนายเที่ยง นายเที่ยงมิได้ทำขึ้นและไม่มีเจตนาจะทำ ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ จำเลยให้การว่า พินัยกรรมนั้น นายเที่ยงได้ทำโดยสุจริตและแท้จริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรร์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าพินัยกรรมตามแบบเอกสารฝ่ายเมือง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๘ นั้น จะต้องทำประกอบกับมาตรา ๑๖๗๒ ซึ่งในกรณีนี้กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงบังคับว่า ผู้ใดจะทำพินัยกรรมเป็นแบบเอกสารฝ่ายเมือง ให้ทำคำร้องแสดงความจำนงตามแบบของเจ้าพนักงาน ยื่นต่อกรมการอำเภอ คดีนี้ปรากฏว่านายเที่ยงผู้ทำพินัยกรรมมิได้ทำคำร้องยื่นต่อนายอำเภอขอให้ไปทำพินัยกรรม