ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2506

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2506นางแผ้ว บริบูรณ์โจทก์นางกลึง พิณโฑแก้วล. กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 ป.พ.พ. ม. 111, ม. 1466, ม. 1600 ป.วิ.พ. ม. 177ลูกสุกรเกิดจากสุกรพ่อและสุกรแม่ซึ่งเลี้ยงไว้ในระหว่างเจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่ แต่เกิดเมื่อเจ้ามรดกตายแล้ว ลูกสุกรและเงินที่ขายลูกสุกรได้ก็เป็นสินสมรสระหว่างเจ้ามรดกกับภรรยา ส่วนของเจ้ามรดกตกเป็นมรดก ทายาทมีส่วนแบ่งในสุกรพ่อและสุกรแม่อย่างไร ก็มีส่วนแบ่งในลูกสุกรหรือเงินที่ขายได้อย่างนั้น แม้จะขายลูกสุกรเหล่านี้ไปหลังจากเจ้ามรดกตาย 2 ปีเศษ ทายาทก็มีสิทธิขอแบ่งมรดกตามราคาที่ขายได้ (ไม่ใช่ตามราคาของลูกสุกรเมื่อแรกเกิด) ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสุกรจนกระทั่งขายไปนั้น ทายาทผู้เป็นเข้าของรวมต้องช่วยกันออกตามส่วนของตน ในเวลาแบ่งเจ้าของรวมผู้เป็นเจ้าหนี้จะเรียกให้เอาส่วนซึ่งจะได้แก่าลูกหนี้ชำระหนี้เสียก่อนก็ได้ ทายาทที่อ้างว่าตนออกค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสุกรคนเดียว เมื่อถูกทายาทอื่นฟ้องขอแบ่งมรดกเงินค่าขายสุกร ชอบที่จะขอหักค่าใช้จ่ายนี้มาในคำให้การคดีนี้ โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของนายสนั่นเจ้ามรดก ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสนั่นตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ มีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกา เฉพาะทรัพย์รายการที่ ๔ คือ เงินค่าขายสุกร คู่ความรับกันว่าสุกรมี ๙ ตัว ขายไปในราคา ๔,๙๑๖ บาท และได้ความว่าสุกร ๙ ตัวนี้เกิดจากสุกรพ่อและสุกรแม่ซึ่งเลี้ยงไว้ในระหว่างที่นายสนั่นยังมีชีวิตอยู่ แต่เกิดเมื่อนายสนั่นตายแล้วได้ ๗ วัน เพิ่งขายไปหลังจากนายสนั่นตาย ๒ ปีเศษ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ลูกสุกร ๙ ตัวนี้เป็นดอกผลธรรมดาของสุกรพ่อแม่ซึ่งเป็นสินสมรส จึงเป็นสินสมรสเงินค่าขายสุกรย่อ