ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2508

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2508บริษัทสหเวชชภัณฑ์ประกันภัย จำกัด โดยนายสัญญาสหเวชชภัณฑ์กรรมการอำนวยการโจทก์นายปทุม ชื่นเกิดลาภ ที่ ๑ กรมราชทัณฑ์ โดยนายสุวรรณ รื่นยศ อธิบดี ที่๒ ป.พ.พ. , ม. 1096, ม. 1111 ป.วิ.พ. ม. 60, ม. 66เมื่อข้อบังคับของบริษัทระบุว่า ในการลงชื่อทำการแทนบริษัทต้องมีกรรมการ 2 คนลงชื่อ แต่บริษัทโจทก์ฟ้องโดยมีกรรมการคนเดียวลงชื่อแต่งทนาย เมื่อจำเลยตัดฟ้องว่ากรรมการผู้เดียวไม่มีอำนาจ กรรมการสองคนของบริษัทโจทก์ยื่นคำร้องขอให้สัตยาบันการกระทำของทนายโจทก์และเพียงแต่ขอให้ศาลทราบไว้เท่านั้น ไม่แต่งทนายเข้ามาใหม่ให้ถูกต้อง อำนาจดำเนินคดีของทนายโจทก์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยกรรมการผู้เดียวยังคงบกพร่องไม่สมบูรณ์อยู่เช่นเดิม ศาลจึงต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำเลยตัดฟ้องว่า นายสัญญาผู้เดียวไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยและไม่มีอำนาจแต่งทนายความฟ้องคดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ตามข้อบังคับของบริษัทโจทก์กำหนดไว้ว่า กรรมการต้องลงชื่อร่วมกันสองคนและประทับตราจึงจะใช้ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่นายสัญญา สหเวชชภัณฑ์ กรรมการบริษัทโจทก์ผู้เดียวลงชื่อและประทับตราในใบแต่งทนายเป็นการไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัท อำนาจของผู้ดำเนินคดีนี้จึงบกพร่อง เมื่อจำเลยให้การคัดค้าน บริษัทโจทก์โดยนายสัญญาและนางเว่งจิวยื่นคำร้องรับรองการที่นายสุวรรณทนายโจทก์ได้ดำเนินการมาแต่ต้น ทั้งจะกระทำต่อไป ผู้ร้องขอให้สัตยาบันขอให้ศาลได้ทราบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องของโจทก์เพียงแต่ขอให้ศาลรับทราบไว้ไม่ขอให้สั่งอย่างใด ศาลจึงรับทราบไว้ ศาลฎีกาเห็นว่าคำร้องดังกล่าวไม่มีผลเป็นการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับอำนาจดำเนินคดีของทนายโจทก์ให้สมบู