ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2479นายลิ่มยิมโค้ว แซ่ลิ่มโจทก์หลวงณรงค์วังศาทรที่ 1,ขุนปิยะราษฎร์อารี ที่ 2 นางสายที่ 3 นายลิ่มลงที่ 4จำเลย ป.ที่ดิน ป.อ. ม. 304 ป.วิ.พ. ม. 69, ม. 143, ม. 225 ป.วิ.อ. ม. 41 พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม. 62โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งในทางแพ่งและอาญารวมกันมา ศาลฎีกาแยกพิจารณาแลพิพากษาคดีแพ่งแลคดีอาญาคนละส่วนได้ ขอถอนอุทธรณ์ ยืนคำร้องขอถอนอุทธรณ์โดยทางไปรษณีย์ ศาลไม่รับไว้วินิจฉัย ฏีกาอุทธรณ์การคัดค้านผู้พิพากษาว่าไม่มีอำนาจตัดสินต้องคัดค้านมาในชั้นศาลล่างมิฉะนั้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฎีกาที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุนเสียเลย ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ ที่ดิน ใบเหยียบย่ำ ไม่ใช่หนังสือสำคัญแห่งกรรมสิทธิ์ เป็นเพียงพยานหลักฐานว่ามีชื่อในใบเหยียบย่ำมาจองที่รายนั้นเมื่อใดเท่านั้นคดีนี้โจทก์ฟ้องทั้งความแพ่งและอาญา และศาลได้พิพากษารวมกันมา ศาลชั้นต้นแลศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตาม ม.๓๐๔ ส่วนคดีแพ่งให้โจทก์ชนะคดี ให้ทำลายการโอนที่ดินระหว่างจำเลย ให้ที่ตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ ในชั้นฎีกาศาลฎีกาแยกตัดสินคดีส่วนอาญาไปก่อนแล้ว ตัดสินยกฟ้องโจทก์โดยเห็นว่าคำพรรณาฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลเป็นความผิดทางอาญา บัดนี้ศาลฎีกาได้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลฎีกาตัดสินว่าที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคดีระหว่างอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตเป็นการมิชอบนั้น ได้ความว่าคำขอถอนอุทธรณ์ได้ส่งทางไปรษณีย์ ฉะนั้นตาม ม.๖๙ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลจะรับคำคู่ความเช่นนี้ไว้วินิจฉัยมิได้ฎีกาของจำเลยอีกข้อหนึ่งกล่าวว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ เพราะที่พิพาทมีชื่อนายลิ่มเฮงสุนในใบเหยีบย่ำ โจทก์ไม่มีสิทธินำพะยานมาสืบลบล้างว่าที่รายพิพาทไม่ใช่ของนาย