ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2482อัยยการนครปฐมโจทก์นาบลิ้ม แซ่จิว นางเช็งเมี้ยจำเลย ป.อ. ม. 59 พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 ม. 53 ป.วิ.อ. ม. 213, ม. 225, ม. 215, ม. 195 พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2481 มีมูลฝิ่นไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องปรับ 5 เท่าตามราคามูลฝิ่น ไม่ใช่ปรับตามราคาฝิ่น เมื่อโจทก์ไม่สืบถึงราคามูลฝิ่นก็ต้องปรับจำเลยตามอัตราต่ำเป็นเงิน 50 บาท ศาลล่างปรับจำเลยมาตามราคาฝิ่น ศาลฎีกาเห็นว่าต้องปรับตามราคามูลฝิ่นแม้ไม่มีปัญหาเถียงมาในฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยแก้เป็นให้ปรับตามราคามูลฝิ่นได้ ศาลล่างปรับจำเลยตามราคาฝิ่น ศาลฎีกาเห็นว่าต้องปรับตามราคามูลฝิ่น แม้คดีสำหรับจำเลยบางคนจะไม่มีฎีกา+มา ศาลฎีกาก็แก้ให้ปรับจำเลยทุกคนตามราคามูล+ได้ เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดีศาลชั้นต้นฟังว่านายเซ็งเมี้ยจำเลยผู้เดียวมีมูลฝิ่นไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ปรับ ๕ เท่าราคาฝิ่น ตามพ.ร.บ.ฝิ่น ๒๔๗๒ มาตรา ๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๖ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษนายลิ้มด้วย ศาลอุทธรณ์ฟังว่านายลิ้มจำเลยสมคบกันนายเซ็งเมี้ยในการมีมูลฝิ่นนั้นด้วย จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษนายลิ้มโดยปรับ เป็นเงิน ๕ เท่าราคาฝิ่นเช่นอย่างนายเซ็งเมี้ย นายลิ้มจำเลยผู้เดียวฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยสมคบกัน แต่ในข้อกฎหมายเห็นว่าตามกฎหมายที่วางมานั้นปรับจำเลยตามราคาฝิ่นไม่ได้ ต้องปรับ ๕ เท่าจากราคามูลฝิ่น แต่โจทก์ไม่สืบราคามูลฝิ่น จึงต้องปรับจำเลยตามอัตราต่ำที่สุด คือปรับ ๕๐ บาท เรื่องโทษที่จำเลยจะได้รับนี้ศาลฎีกามาโดยตรง และคดีส่วนตัวนายเซ็งเมี้ยแม้จะเด็ดขาดแล้ว ศาลฎีกาก็พิพากษาถึงด้วยได้ เพราะเป็นลักษณะคดีและเป็นจำเลยด้วยกัน จึงพิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยทั้ง ๒ แต่คนละ ๕๐ บาท ลดโ