ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1071 - 1072/2482

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1071 - 1072/2482พระยามหาอำมาตย์ กับพวกโจทก์นายบุลัด พฤกษาภาคกับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 ป.พ.พ. ม. 1374, ม. 1375, ม. 1382 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ตามรายงานการพิจารณาของศาลที่จดไว้ เมื่อคู่ความรับกันในประเด็นใดแล้วก็เป็นอันฟังได้ไม่ต้องสืบพะยานอีก เป็นคำรับที่ผูกมัดคู่ความ ที่ดินสวนมะพร้าวซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินแต่อย่างใดเลยนั้น มีผู้บุกรุกเข้ามาครอบครองเพียง 4 - 5 ปี เจ้าขอเดิมยังไม่ขาดกรรมสิทธิ ฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกได้ ที่ดินมือเปล่าซึ่งเป็นที่บ้านที่สวน ถ้าผู้ครอบครองโดยปรปักษ์ได้ครอบครองมาถึง 10 ปีแล้วก็ได้กรรมสิทธิเป็นเจ้าของโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์มีเพียงสิทธิครองครองเท่านั้น เพราะที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยภายใน ๑ ปี ตาม ประมวลแพ่งฯ มาตรา ๑๓๗๕ คดีขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งแห่งที่ดินสวนมะพร้าวของโจทก์ จำเลยก็รับว่าฉะเพาะที่วิวาทเป็นสวนที่มีต้นอาสิน โจทก์ได้ที่รายนี้มาก่อนใช้ ประมวลแพ่งฯ จึงใช้กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ บังคับคดีโจทก์ละทิ้งให้จำเลยเข้าครอบครองเพียง ๒ ปีเศษเท่านั้น ยังไม่ขาดอายุความ ทั้งจำเลยก็รับว่าเป็นผู้บุกรุกที่โจทก์ จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาข้อต้นว่า บุคคลที่ถือที่ดินมือเปล่าอาจมีกรรมสิทธิได้หรือไม่นั้นในเรื่องที่บ้านที่สวนซึ่งราษฎรต่อราษฎรเป็นความกัน ศาลฎีกาได้เคยพิพากษามามากต่อมาเป็นบันทัดฐานว่า ถ้าได้ครอบครองมาโดยปรปักษ์ถึง ๑๐ ปีแล้ว จึงเป็นเจ้าของมีกรรมสิทธิได้ กฎหมายลักษณเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ ก็มีข