ปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์นำสืบก่อนเป็นการผิดกระบวนพิจารณาหรือไม่
การให้โจทก์นำสืบก่อนไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบหรือเสียหายเมื่อศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาอยู่แล้ว และในประเด็นค่าเสียหายโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนเพราะจำเลยได้ให้การปฏิเสธต่อสู้ไว้
ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตาม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาและเรียกค่าเสียหาย จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาจริง แต่ต่อสู้ว่าโจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาและปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์แก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 80 บาท โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นให้โจทก์นำสืบก่อนผิดกระบวนพิจารณา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2486นายจเริน ลิปิพันธ์โจทก์นายยี. เลวีจำเลย ป.วิ.พ. โจทฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาและเรียกค่าเสียหาย จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาจิง แต่ต่อสู้ว่าโจทเปนผู้ผิดสัญญาและปติเสธว่าโจทไม่ได้เสียหายเช่นนี้ เปนหน้าที่โจทต้องนำสืบก่อนโจทฟ้องว่าจำเลยได้ตกลงทำสัญญารับสั่งหมวกสตรีจากต่างประเทสไห้โจท ๒ ราย เมื่อจำเลยได้รับหมวกแล้วเอาไปขายไห้คนอื่นเสีย ทำไห้โจทขาดกำไรที่ควรได้ไป ๖๒๐ บาท ขอไห้สาลบังคับไห้จำเลยไช้ จำเลยไห้การรับว่า ได้ทำสัญญารับส่งหมวกไห้โจทจิง แต่ต่อสู้ว่าโจทเปนผู้ผิดสัญญาและปติเสธว่าโจทไม่ได้รับความเสียหายหย่างไร สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสาบังคับไห้จำเลยไช้เงินตามฟ้อง จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ไห้จำเลยไช้ค่าเสียหายไห้โจท ๘๐ บาท โจทดีกาว่า สาลชั้นต้นกะปะเด็นไห้โจทนำสืบก่อนผิดกะยวนพิจารนา สาลดีกาเห็นว่า การที่สาลชั้นต้นไห้โจทมีหน้าที่นำสืบก่อนนั้น ไม่มีทางที่โจทเสียเปรียบหรือเสียหาย เพราะสาลล่างทั้งสองฟังว่า จำเลยเปนฝ่ายผิดสัญญาหยู่แล้ว ส่วนไนปะเด็นค่าเสียหายก็เปนหน้าที่โจทที่จะต้องนำสืบก่อน และไนเรื่องค่าเสียหายนั้น จำเลยก็ได้ไห้การปติเสธต่อสู้ไว้ไนคำไห้การแล้ว ดีกาโจทฟังไม่ขึ้น พิพากสายืนตาม(ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-ท.อ.บุปผเวส.)ศาลชั้นต้น - นายโ่ชค จารุจินดาศาลอุทธรณ์ - นายเจียม นิติพนแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ