ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 163 - 164/2486

ประเด็นกฎหมาย

การยื่นคำแถลงขอผัดวางเงินค่าทำเนียมแทนจำเลยโดยมิได้ยื่นเป็นคำร้อง และมิได้นำเงินมาวางพร้อมฟ้องอุทธรณ์นั้นชอบหรือไม่ และศาลมีอำนาจขยายเวลาตามมาตรา 23 ป

หลักกฎหมาย

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าทำเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่อีกฝ่ายตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมฟ้องอุทธรณ์ แต่มาตรา 23 ให้อำนาจศาลที่จะขยายหรือย่นเวลาได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และมาตรา 23 นี้ครอบงำถึงมาตรา 229 ด้วย การขอผัดวางค่าทำเนียมต้องยื่นเป็นคำร้อง ไม่ใช่คำแถลง

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อโจทก์เสียค่าทำเนียมเป็นคำร้องแล้ว ให้ส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์โดยปิดค่าทำเนียมครบถ้วน แต่เงินค่าทำเนียมที่จะต้องใช้แทนแก่จำเลยตามคำพิพากษานั้น โจทก์ไม่นำมาวาง คงยื่นคำแถลงในวันเดียวกันว่าขอผัดไป 7 วัน อ้างเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต ครั้นครบกำหนดโจทก์นำเงินมาวาง จำเลยคัดค้าน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเมื่อโจทก์ไ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 163 - 164/2486นายคำแตง ชมพูโจทก์นางถ่าย วรรนาบุตรจำเลยนายเพี้ยน ร่มสายหยุดโจทก์นางถ่าย วรรนาบุตรจำเลย ป.วิ.พ. ยื่นฟ้องอุธรน์โดยมิได้นำเงินค่าทำเนียมมาวางสาลพร้อมกับฟ้องอุธรน์ เมื่อจะขอผัดต้องยืนเป็นคำร้องไม่ใช่คำแถลง สาลย่อมมีอำนาดที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาไห้วางค่าทำเนียมที่จะต้องเสียแทนอีกฝ่ายหนึงได้ ไนเมื่อมีพรึติการน์พิเลสตามมาตรา 23 ป.ว.พ.คดีนี้สาลชั้นต้นพิพากสายกฟ้องโจท โจทยื่นฟ้องอุธรน์โดยปิดค่าทำเนียมครบถ้วนส่วนเงินค่าทำเนียมที่จะต้องไช้แทนแก่จำเลยตามคำพิพากสานั้น โจทไม่นำมาวางเปนแต่ยื่นคำแถลงไนวันเดียวกันนั้นว่าขอความกรุนาผัดไป ๗ วัน อ้างเหตุขัดข้อง สาลชั้นต้นสั่งอนุญาต ครั้นครบกำหนดโจทได้นำเงินมาวาง ฝ่ายจำเลยคัดค้าน สาลอุธรน์วินิฉัยว่า เมื่อโจทไม่นำเงินค่าทำเนียมมาวางพร้อมกับฟ้องอุธรน์เช่นนี้ อุธรน์ของโจทเปนอุธรน์ที่ไม่ควนรับพิจารนา โจทดีกา สาลดีกาปรึกสาเห็นว่าตามป.ว.พ.มาตรา ๒๒๙ ผู้อุธรน์จะต้องนำเงินค่าทำเนียมซึ่งจะต้องไช้แก่อีกฝ่ายตามคำพิพากสามาวางสาลพร้อมกับฟ้องอุธรน์ แต่ก็มีบทบัญญัติไนมาตรา ๒๓ ไห้อำาดสาลที่จะขยายหรือย่นเวลาได้เมื่อมีพรึติการน์พิเสส มาตรา ๒๓ นี้ย่อมไช้ครอบงำตลอดถึงมาตรา ๒๒๙ ด้วย แต่เหตุที่โจทอ้างมาไหคำแถลงจะนับว่ามีพรึติการน์พิเสสหรือไม่นั้น ก็เปนเรื่องที่สาลชั้นต้นได้สั่งอนุญาตไปแล้ว และจำเลยมิได้คัดค้าน อนึ่งการที่โจทเพียงแต่ยื่นคำแถลงขอผัดนั้น สาลดีกาเห็นว่าต้องยื่นเปนคำร้องจึงไห้โจทผู้อุธรน์เสียค่าทำเนียมไนชั้นคำแถลงเปนคำร้องไห้ถูกต้อง และพิพากสายกคำพิพากสาสาลอุธรน์ เมื่อโจทเสียค่าทำเนียมเปนคำร้องแล้ว ไห้ส่งสำนวนไห้สาลอุธรน์พิจารนาพิพากสาต่อไป(ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-ธรรมบัณฑ