ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2509

ประเด็นกฎหมาย

ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถูกควบคุมหลบหนี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 205 กรณีที่คณะกรรมการควบคุมบุคคลอันธพาลมิได้มีคำสั่งควบคุมทุก 3 เดือนตามประกาศ

หลักกฎหมาย

การที่คณะกรรมการมิได้พิจารณาและมีคำสั่งควบคุมตัวผู้ถูกควบคุมภายในระยะเวลา 3 เดือนตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้การควบคุมในช่วงนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การที่คณะกรรมการมีคำสั่งควบคุมในภายหลัง ไม่ทำให้คำสั่งหลังนั้นไม่ชอบ เพราะผู้ถูกควบคุมยังถูกควบคุมอยู่ตลอดมา เมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งให้ควบคุมต่อไป ผู้ถูกควบค

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 205

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ควบคุมนายปุ่นตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 43 คณะกรรมการมีคำสั่งควบคุมนายปุ่นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2505 ครบ 3 เดือนวันที่ 11 กันยายน 2505 แต่คณะกรรมการมิได้มีคำสั่งใดจนวันที่ 11 ตุลาคม 2505 จึงมีคำสั่งควบคุมต่อไปเป็นครั้งที่ 3 และมีคำสั่งครั้งต่อ ๆ ไป ต่อมาเมื

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2509อัยการจังหวัดนครพนมโจทก์สิบตำรวจเอกศิริ ภักดีศรีจำเลย ป.อ. ม. 204, ม. 205 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 43 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 43 ข้อ 2 มีความมุ่งหมายว่า ไม่ประสงค์จะให้ควบคุมบุคคลไว้ตลอดไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงกำหนดให้คณะกรรมการพิจารณาและมีคำสั่งทุกระยะ 3 เดือนว่าให้ควบคุมต่อไปหรือให้ปล่อยไป การที่คณะกรรมการมิได้พิจารณาและมีคำสั่งให้ควบคุมตัวนายปุ่นไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การควบคุมในช่วงระยะเวลานั้นจึงไม่ชอบด้วยประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว หากนายปุ่นหลบหนีการควบคุมในช่วงระยะเวลานั้น นายปุ่นก็ไม่มีความผิดฐานหลบหนีการควบคุม(อ้างนัยฎีกา 105/2506) แต่การที่คณะกรรมการไม่มีคำสั่งให้ทันเมื่อครบ 3 เดือน จนเวลาล่วงมาระยะหนึ่งดังกล่าว จึงได้พิจารณามีคำสั่งให้ควบคุมตัวนายปุ่นไว้ต่อไป เช่นนี้ไม่เป็นเหตุทำให้คำสั่งหลัง ๆ นั้นไม่ชอบด้วยประการใด เพราะตัวนายปุ่นก็ยังต้องควบคุมอยู่ตลอดมา เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาและมีคำสั่งตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 43 ข้อ 2 ให้ควบคุมไว้ต่อไป ก็ต้องถือว่านายปุ่นได้กลับถูกควบคุมไว้โดยชอบด้วยประกาศดังกล่าวอีก เมื่อนายปุ่นหลบหนีการควบคุมจำเลยซึ่งมีหน้าที่ควบคุมต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 205.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๖ จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการเป็นหัวหน้าควบคุมบุคคลอันธพาลตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๔๓ และมีตำแหน่งหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องคุมขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวนและของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน จำเลยได้กระทำการโดยประมาท ปล่อยให้พลตำรวจอุไร รับตัวนายปุ่น เภาทอง ผู้ต้องควบคุมตามประกาศดังกล่าวออกนอกบริเวณสถานที่ควบคุมโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจ