ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2493
ประเด็นกฎหมาย
สัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งมีเงื่อนไขและไม่อาจแบ่งแยก โจทก์จะฟ้องบังคับผู้ขายคนใดคนหนึ่งก่อนเงื่อนไขสำเร็จไม่ได้
หลักกฎหมาย
สัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างผู้ขายหลายคนซึ่งเป็นสัญญาไม่อาจแบ่งแยก และมีเงื่อนไขว่าผู้ขายจะต้องโอนที่ดินใส่ชื่อตนเองก่อนแล้วจึงโอนขายให้ผู้ซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ซื้อฟ้องบังคับก่อนที่เงื่อนไขจะสำเร็จ ถือว่าผู้ขายยังไม่ผิดสัญญา
คำวินิจฉัย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 1,000 บาทแก่โจทก์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยกับเด็กชายบุญธรรมผู้รับมฤดกทำสัญญาจะขายที่ดิน เรือน และยุ้งข้าวให้โจทก์ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ขายจะขอให้อำเภอโอนที่ดินใส่ชื่อผู้ขายเป็นเจ้าของแล้วจึงโอนขายให้โจทก์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันโอนใส่ชื่อผู้ขาย ต่อมามีคดีฟ้องเรียกเด็กชายบุญธรรมคืนจากผู้ปกครอง ทำให้ยังไม่สามารถโอนที่ดินใส่ชื่อผู้ขายได้ โจทก
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2493นางบุญเพ็ญ สุริยภูมิ์โจทก์นางทับทิม ไชยจำนงค์ล. ป.พ.พ. ม. 456, ม. 301, ม. 144, ม. 145, ม. 219 ป.ที่ดิน มารดากับบุตรทำสัญญาจะขายทรัพย์มฤดกรายเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ ถือว่า เป็นสัญญาไม่อาจแบ่งแยก ผู้ซื้อจะมาฟ้องบังคับผู้ขายคนใดคนหนึ่งมิได้ สัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งมีเงื่อนไขว่า ฝ่ายผู้ขายจะไปขอโอนใส่ชื่อผู้ขาย เป็นเจ้าของแล้วจะโอนขายให้ผู้ซื้อใน 3 เดือนนั้น เมื่อผู้ขายยังไปโอนใส่ชื่อผู้ขายไม่ได้โดยมีอุปสรรคอยู่ หากผู้ซื้อมาฟ้องบังคับตามสัญญาจะซื้อขาย ดังนี้ ถือว่าผู้ซื้อมาฟ้องก่อนการเป็นไปตามเงื่อนไขได้ความว่า ฮ.สามีจำเลยตายจำเลยกับเด็กชายบุญธรรมผู้รับมฤดกได้ทำสัญญาขายที่ดิน ๑ แปลง เรือน ๑ หลัง และยุ้งข้าว ๑ หลังให้โจทก์เป็นราคา ๑๓,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับมัดจำไว้จากโจทก์ ๑๐๐๐ บาท อ.ผู้ปกครองเด็กชายบุญธรรมได้รับมัดจำไว้ ๑๐๐๐ บาท ต่อมา ฮ. ได้ฟ้องเรียกเด็กชายบุญธรรมคืนจาก อ. คดีเรื่องนั้นยังไม่มีโอกาศโอนที่ดินมฤดกใส่ชื่อจำเลยกับเด็กชายบุญธรรมได้เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้มีสิทธิร้องต่อ อำเภอแทนเด็กชายบุญธรรม โจทก์มาฟ้องขอให้จำเลยขายส่วนของจำเลยถ้าไม่ปฏิบัติให้ใช้ค่าเสียหายและคืนเงินมัดจำ จำเลยต่อสู้หลายประการ ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับให้จำเลยขายทรัพย์พิพาท เพราะมีอุปสรรค และจำเลยมิได้ผิดสัญญาจะเรียกค่าเสียหายมิได้ พิพากษาให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๑๐๐๐ บาทให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยกับเด็กชายบุญธรรมนั้นเป็นสัญญาที่ไม่อาจแบ่งแยก ทั้งในสัญญาก็มิได้กล่าวไว้ว่าให้แยกกันรับผิด ตามสัญญาข้อ ๒ มีเงื่อนไขไว้ชัดว่า ฝ่ายผู้ขายจะได้ขอให้อำเภอโอนที่ดินใส่ชื่อผู้