ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 2748/2529

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากฟ้องเล็กน้อยเป็นเหตุให้ยกฟ้องหรือไม่ และศาลแรงงานกลางต้องวินิจฉัยเหตุเลิกจ้างเพื่อพิจารณาค่าชดเชยหรือไม่

หลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากฟ้องเล็กน้อยไม่ถือว่าเป็นเหตุให้ยกฟ้อง ศาลต้องพิจารณาประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยต่อไปว่าการเลิกจ้างมีเหตุอันทำให้จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะในเรื่องค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โดยให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในปัญหาที่ว่ามีเหตุที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่แล้วพิพากษาใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2529 แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเลิกจ้างเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2528 ตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่าโจทก์ขาดงานและมีพฤติการณ์ทุจริต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 2748/2529นาย อวิรุทธ์ กิจวรเศรษฐ์โจทก์บริษัท ภูมิภวัน จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 183โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่2มกราคม2529ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่6ธันวาคม2528ตามข้อต่อสู้ของจำเลยดังนี้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องศาลจะต้องพิจารณาต่อไปว่าการเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่6ธันวาคม2528เป็นเพราะโจทก์ได้กระทำความผิดดังข้อต่อสู้ของจำเลยอันจะทำให้จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ตามประเด็นที่ศาลได้ตั้งไว้แล้ว.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาวันที่ 2 มกราคม 2529จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่บอกกล่าวล่วงหน้า นอกจากนี้จำเลยยังค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์เดือนธันวาคม 2528 ด้วย ตามระเบียบของจำเลย โจทก์มีสิทธิได้รับโบนัสอีก 1 เดือน เพราะทำงานมาครบ 1 ปีแล้ว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่ายและเงินโบนัสแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ที่ว่าจำเลยเลิกจ้างเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2529 นั้นเป็นความเท็จ ความจริงโจทก์ขาดงานตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2528 จนถึงวันที่6 ธันวาคม 2528 จำเลยจึงมีคำสั่งไล่โจทก์ออก เพราะโจทก์จงใจขัดคำสั่งและละทิ้งหน้าที่การงาน โจทก์ยังมีพฤติการณ์ลักลอบเอาบัตรลงเวลาไปลงเวลาโดยมิได้มาทำงานจริงอันเป็นการทุจริตและฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน การที่จำเลยไล่โจทก์ออกจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและเงินอื่น ๆ ที่โจทก์ฟ้อง ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเลิก