ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 634 - 635/2488

ประเด็นกฎหมาย

พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามมาตรา 1658 (2) แห่ง ป.พ.พ. กรมการอำเภอต้องจดข้อความด้วยตนเองหรือไม่

หลักกฎหมาย

กฎหมายมาตรา 1658 (2) มิได้บัญญัติว่ากรมการอำเภอต้องจดข้อความด้วยตนเอง จึงใช้ให้คนอื่นจดแทนได้ ถ้ากฎหมายจะให้กรมการอำเภอจดด้วยตนเองก็คงบัญญัติไว้ชัดเจนดังเช่นข้อ 4 ของมาตรา 1658 (4)

คำวินิจฉัย

พินัยกรรมนี้สมบูรณ์ พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปโดยถือว่าพินัยกรรมใช้ได้ตามกฎหมาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยส่งทรัพย์มฤดกของนางจันสม จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่านางจันสมได้ทำหนังสือพินัยกรรมฝ่ายเมืองยกทรัพย์มฤดกให้แก่ตน ศาลชั้นต้นเห็นว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะปลัดอำเภอประจำตำบลซึ่งไม่ใช่กรมการอำเภอเป็นผู้จดข้อความ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพินัยกรรมสมบูรณ์เพราะกรมการอำเภอใช้ให้ปลัดอำเภอจดข้อความแทนได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 634 - 635/2488นายคำตั๋น ไชยยะเดช ที่ 1 นางบุญปั่น ที่ 2โจทก์นายอ้น รายะนาคร ที่ 1 นายศรีวงศ์ รายะนาคที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2486 ป.พ.พ. ม. 9, ม. 1658 (2), ปลัดอำเภอประจำตำบลไม่ใช่กรมการอำเภอ พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองกฎหมายมาตรา 1658 (2) มิได้บัญญัติว่ากรมการอำเภอ ต้องจดข้อความด้วยตนเอง จึงใช้ให้คนอื่นจดแทนได้ ถ้ากฎหมายจะให้กรมการอำเภอจดด้วยตนเองก็คงบัญญัติไว้ชัดเจนดังเช่นข้อ 4 ของมาตรา 1658 (4)โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยส่งทรัพย์มฤดกของนางจันสมตามบัญชีท้ายฟ้อง จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าทรัพย์มฤดกไม่ได้ตกอยู่แก่ตน จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า นางจันสมได้ทำหนังสือพินัยกรรมฝ่ายเมือง ยกทรัพย์มฤดกให้แก่ตน ศาลชั้นต้นเห็นว่า หนังสือพินัยกรรมเป็นประเด็นหรือบทและเป็นประเด็นสำคัญในคดี ควรจะวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนตาม ป.วิแพ่ง ม.๒๔ จึงสอบถามโจทก์จำเลย โจทก์แถลงว่า พินัยกรรมนั้นไม่ชอบด้วยแบบกฎหมายบังคับไว้ คือกรมการอำเภอไม่ได้เขียนพินัยกรรมด้วยตนเอง เป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา ๑๖๕๘ แห่ง ป.พ.พ.จำเลยแถลงว่าผู้เขียนพินัยกรรมนี้เป็นคณะกรมการอำเภอ แม้พินัยกรรมนี้จะเป็นเอกสารฝ่ายเมืองไม่ได้ ก็ยังสมบูรณ์ในแบบอื่นตาม ม.๑๓๖ แห่ง ป.ม.แพ่งฯ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ปลัดอำเภอประจำตำบลที่เป็นผู้จดข้อความในพินัยกรรม หาใช่กรรมการอำเภอไม่จึงไม่มีอำนาจที่จะเขียนข้อความลงในพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามมาตรา ๑๖๕๘ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๑๕ และ ๑๗๐๕ จึงมีคำสั่งว่าพินัยกรรมที่จำเลยที่ ๒ อ้างเป็นโมฆะ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า หนังสือพินัยกรรมในคดีนี้ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง แม้ผู้จดข้อความในพินัยกรรมนั้นเป็นปลัดอำเภอประจำตำ