การใช้กฎหมายอาญาในกรณีกฎหมายที่กำหนดความผิดถูกยกเลิก และกฎหมายใหม่ไม่มีบทลงโทษ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 เมื่อกฎหมายในเวลากระทำผิดถูกยกเลิก และกฎหมายในขณะพิจารณาไม่มีบทบังคับว่าเป็นความผิด ต้องใช้กฎหมายในขณะฟ้องและพิจารณาบังคับคดี ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่จำเลย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์
จำเลยได้รับอนุญาตให้ตัดไม้ไม่หวงห้าม ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วไม่ส่งคืน โจทก์ฟ้องตามกฎข้อบังคับเดิม แต่ต่อมากฎข้อบังคับถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งไม่มีบทลงโทษสำหรับการไม่ส่งคืนใบอนุญาต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2485อัยการปัตตานีโจทก์นายสอุ มิงจำเลย ป.อ. ม. 8 กฎข้อบังคับวางระเบียบวิธีจัดการรักษาป่า ม. 15, ม. 16. พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เมื่อกฎหมายในเวลากระทำผิดถูกยกเลิก และกฎหมายในขณะพิจารณาก็ไม่มีบทบังคับว่าเป็นความผิด ต้องใช้กฎหมายในขณะฟ้องและพิจารณาบังคับคดี อ้างฎีกาที่ 908/2474, ที่ 932/2474,ที่ 492/2475.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้ตัดไม่หวงห้าม ใบอนุญาตสิ้นอายุวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๔๘๔ แล้ว ไม่ส่งคืนใบอนุญาตยังกรมการอำเภอ ขอให้ลงโทษตามกฎข้อบังคับวางระเบียบวิธีจัดการรักษาป่า พ.ศ.๒๔๕๖ ข้อ ๑๕,๑๖ ศาลชั้นต้นพิจารณาเห็นว่า ได้มีพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ประกาศใช้เป็นกฎหมายยกเลิกข้อบังคับที่โจทก์อ้างขอให้ลงโทษนั้นเสียแล้ว จึงไม่มีบทกฎหมายดังอ้างจะลงโทษจำเลย พระราชบัญญัติรักษาป่า พ.ศ.๒๔๘๔ ไม่มีบทลงโทษผู้ไม่ส่งคืนใบอนุญาตจึงใช้พระราชบัญญัติรักษาป่าไม้บังคับแก่คดีนี้ตามกฎหมายอาญามาตรา ๘ เพราะเป็นกฎหมายที่มีโทษเบาแก่จำเลย จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามาตรา ๘ เป็นบทยกเว้นในเมื่อกฎหมายในเวลากระทำผิดกับเวลาพิจารณาขัดแย้งกัน เมื่อพิเคราะห์ถึงความประสงค์และฉบับภาษาอังกฤษประกอบด้วยแล้ว จะเห็นชัดว่ามุ่งหมายให้ใช้กฏหมายที่เป็นประโยชน์แก่จำเลยเป็นบทบังคับคดี จึงพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่ากฏข้อบังคับที่โจทก์อ้างได้ถูกยกเลิกไม่เป็นกฎหมายเสียแล้วขณะนี้บทบัญญัติในเรื่องป่าไม้ต้องใช้พระราชบัญญัติป่าไม้บังคับ พระราชบัญญัติป่าไม้นี้มิได้มีบทบังคับให้จำเลยต้องส่งคืนใบอนุญาต จึงเป็นอันว่าขณะนี้กฎหมายไม่ลงโทษจำเลย คดีอยู่ในบังคับมาตรา ๘ ซึ่งเคยมีคำพิพากษาฎีกาตีความหมายแห่งมาตรา ๘ ไว้เป็นแบบอย่าง คือ คดีที่ ๙๐๘/๒๔๗๔,