ผู้เช่าห้องพิพาทจากจำเลยซึ่งเช่าที่ดินจากโจทก์เพื่อปลูกอาคาร เมื่อสัญญาเช่าที่ดินสิ้นสุดลง ผู้เช่าห้องจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมค่าเช่ายันโจทก์
ผู้เช่าอาคารจากผู้เช่าที่ดินซึ่งปลูกอาคารนั้น มิได้มีนิติสัมพันธ์กับเจ้าของที่ดิน เป็นเพียงบริวารของผู้เช่าที่ดิน และไม่อาจยกความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมค่าเช่ามาใช้ยันเจ้าของที่ดินได้ ทั้งนี้ กรณีสัญญาเช่าที่ดินครบกำหนดกับกรณีเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเป็นทำนองเดียวกัน เจ้าของที่ดินมีสิทธิเรียกเอาที่ดินค
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ผู้ร้องออกจากห้องพิพาท
จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกอาคาร เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดิน จำเลยต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำเลยผิดสัญญา โจทก์ฟ้องขับไล่ จำเลยยอมออกและรื้อสิ่งปลูกสร้างอื่นหมดแล้ว คงเหลือแต่ห้องพิพาท 2 ห้องที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เช่าห้องจากจำเลยไม่ยอมออก ผู้ร้องอ้างว่าเช่าโดยรู้เห็นยินยอมของโจทก์ จึงเป็นผู้เช่าช่วงจากโ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311/2508นางผาด อิศรางกูร ณ อยุธยาโจทก์นายไพโรจน์ มณีรังษ์จำเลยนายคายเซ็ง แซ่โง้ว นายนิ่มหรือนิ่น แซ่อุ่ยผ.ร. ป.วิ.พ. ม. 142 (1) พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกอาคาร เมื่อครบกำหนดต้องรื้อไป ผู้เช่าอาคาร(ห้องแถว)ของจำเลยไม่ได้เช่าที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการอาศัยสิทธิของจำเลยเท่านั้น และตกอยู่ในฐานะบริวารของจำเลย จะอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ และพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ฯ ยันโจทก์ไม่ได้ กรณีสัญญาเช่าที่ดินครบกำหนดกับกรณีที่เลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนด เป้นเ รื่องทำนองเดียวกัน คือ ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินที่ให้เช่าคืน (อ้างฎีกาที่ 337/2500)จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกสร้างอาคาร เมื่อครบกำหนดแล้วจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปทั้งหมด จำเลยผิดสัญญาเช่าที่ดิน โจทก์จึงฟ้องขับไล่ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไป จำเลยยอมออกไปและได้รื้อสิ่งปลูกสร้างอื่นไปหมดแล้ว คงเหลืออยู่แต่ห้องพิพาท ๒ ห้องที่รื้อไม่ได้เพราะผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องจากจำเลยอยู่แต่เดิม ไม่ยอมออก โจทก์จึงขอให้ศาลบังคับ ผู้ร้องโต้แย้งว่า เช่าห้องพิพาทโดยการรู้เห็นยินยอมของโจทก์ ผู้ร้องจึงเป็นผู้เช่าช่วงจากโจทก์ มิใช่บริวารจำเลยทั้งผู้ร้องเช่าเพื่ออยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน และพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ ศาลแพ่งไต่สวนแล้ว สั่งให้ผู้ร้องออกจากห้องพิพาท ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาว่า สัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยข้อ ๗ มีข้อความว่า โจทก์ยอมให้จำเลยนำอาคารสิ่งปลูกสร้างไปให้เช่าได้