ที่ดินมือเปล่าที่มีสภาพเป็นที่สวน ผู้บุกรุกครอบครองเกิน 1 ปี เจ้าของยังมีสิทธิฟ้องขับไล่
ที่ดินมือเปล่าที่มีสภาพเป็นที่สวน แม้ผู้บุกรุกจะครอบครองเกิน 1 ปี เจ้าของก็ยังมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้
ศาลฎีกาพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ บังคับคดียืนตามศาลชั้นต้น
ที่พิพาทเป็นของบิดาโจทก์และต่อมาเป็นของโจทก์โดยมีผู้ครอบครองแทน ที่พิพาทมีบ่อน้ำและต้นผลไม้จึงเป็นที่สวน จำเลยเข้ามาครอบครองเป็นเวลา 5 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2482นายสาแมง ดีเยาะโจทก์นายดาแฮ ยะโก๊ะจำเลย ป.พ.พ. ม. 1298, ม. 1334, ม. 1375, ม. 1382 พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม. 35 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ที่ดินมือเปล่าซึ่งมีสภาพเป็นที่สวนนั้น แม้ผู้ที่บุกรุกเข้ามาแย่งการครอบครองอยู่ 5 ปี ผู้เป็นเจ้าของก็มีสิทธิฟ้องขับไล่ได้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นเชื่อพะยานโจทก์ว่าที่ดินนี้มีผู้ครอบครองแทนโจทก์จริง จึงพิพากษาห้ามจำเลยมีให้มาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า จำเลยครอบครองมาเกิน ๑ ปีแล้วโจทก์หมดกรรมสิทธิฟ้องร้องเรียกคืนตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๗๕ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาฟังว่าที่พิพาทนี้เป็นของบิดาโจทก์และต่อมาเป็นของโจทก์โดยมีผู้ครอบครองแทนโจทก์ไว้ และฟังว่าที่พิพาทมีบ่อน้ำและต้นผลไม้จึงต้องถือว่าเป็นที่สวน หาใช่ที่ป่าดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ เมื่อเป็นที่สวนแม้จำเลยจะเข้ามาครอบครองเป็นเวลา ๕ ปีแล้วก็ตาม โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์บังคับคดียืนตามศาลชั้นต้น(ดูปลาตร์-อิศร-อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ)ศาลชั้นต้น - หลวงสุทธิ+ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ