ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2496

ประเด็นกฎหมาย

สัญญายอมความที่เจ้าของที่ดินทำไว้ต่อศาลว่าจะรื้อและเลิกใช้อาคาร ไม่ผูกพันผู้เช่าอาคารอยู่อาศัย ผู้เช่ายังคงได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าใน

หลักกฎหมาย

สัญญายอมความที่เจ้าของที่ดินทำไว้ต่อศาลไม่ผูกพันผู้เช่าอาคารอยู่อาศัย ผู้เช่ายังคงได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเป็นปกติ แม้อาคารหมดอายุจะเป็นภัย เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร

คำวินิจฉัย

จำเลยผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า สัญญายอมความไม่ผูกพันจำเลย จำเลยผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเป็นปกติ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมอาคารจากนางเริงจิตรแจรง ต่อมาได้รับคำสั่งจากเทศบาลให้รื้อและเลิกใช้อาคาร อัยการฟ้องโจทก์ให้รื้ออาคาร โจทก์ทำยอมต่อศาลว่าโจทก์และผู้รับสิทธิจากโจทก์ยอมรื้ออาคาร จำเลยเป็นผู้เช่าอาคารดังกล่าวจากนางเริงจิตรแจรงและยังคงอยู่ในอาคารไม่ยอมออก โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ว่าได้รับควา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2496นายสุรัส พรหมะเสนโจทก์นางนิลจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ป.วิ.พ. ม. 145การที่เจ้าของที่ดินและอาคารได้รับคำสั่งจากเทศบาลให้รื้อและเลิกใช้อาคาร และอัยการได้ฟ้องเจ้าของที่ดินเป็นคดีให้รื้อและเลิกใช้อาคาร เจ้าของที่ดินทำยอมไว้ต่อศาลว่า ตนและบุคคลที่ได้รับสิทธิจากตนยอมรื้อและยอมเลิกใช้อาคาร ดังนี้สัญญายอมความนี้ไม่ผูกพันผู้เช่าอาคารอยู่อาศัย ผู้เช่าอาคารอยู่อาศัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ เป็นปกติ แต่ถ้าอาคารหมดอายุจะเป็นภัย เจ้าหน้าที่ก็ยังมีอำนาจตามพ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคารโจทก์ฟ้องว่าโจทก์ซื้อที่ดินจากนางเริงจิตรแจรง แล้วโจทก์ได้รับคำสั่งจากเทศบาลให้รื้อและเลิกใช้อาคารในที่รายนี้ อัยการฟ้องโจทก์เป็นคดีให้รื้อและเลิกใช้อาคาร โจทก์จึงทำยอมไว้ต่อศาลว่า โจทก์และบุคคลซึ่งได้รับสิทธิจากโจทก์ยอมรื้อและยอมเลิกใช้อาคาร จำเลยเป็นผู้เช่าอาคารในที่รายนี้กับนางเริงจิตรแจรง และอยู่ต่อมาจนบัดนี้ไม่ยอมออกโจทก์จึงขอให้ศาลขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่า ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังตามข้อต่อสู้ของจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่าจำเลยผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ที่วินิจฉัยอย่างนี้ได้พิจารณาแล้วว่าถ้าอาคารหมดอายุ จะเป็นภัย เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคารข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในส่วนนี้หาเป็นที่กีดขวางแต่อย่างใดไม่ และเห็นว่าสัญญายอมความไม่ผูกพันจำเลยจำเลยผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเป็นปกติ จึงพิพากษายืน(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-ประวัติ ปัตตพงศ์