ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1259/2496

ประเด็นกฎหมาย

ที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน กรมการอำเภอมีอำนาจสั่งให้ผู้บุกรุกออกไปได้ และการขัดคำสั่งเป็นความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนั

หลักกฎหมาย

ที่ดินที่เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์สำหรับราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) อยู่ในหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะต้องตรวจตรารักษามิให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ 2457 มาตรา 122 และประกาศหวงห้าม แม้ภายหลังมี พ.ร.บ.ว่าด้วยกา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะประโยชน์สำหรับให้ราษฎรใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์พาหนะร่วมกัน ซึ่งทางอำเภอเมืองสุรินทร์ได้ประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามไว้ นายอำเภอมีคำสั่งให้จำเลยออกจากที่ดินดังกล่าว เนื่องจากจำเลยบุกรุกเข้าไปทำนาและครอบครองเป็นประโยชน์ส่วนตัว จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ยอมออก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1259/2496อัยการสุรินทร์โจทก์นายยอน กิ่งก้านมาก กับพวกรวม 13 คนจำเลย ป.พ.พ. ม. 1304 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ที่ดินที่เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์สำหรับราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันนั้น เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ.มาตรา 1304 (2) และเป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษามิให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นประโยชน์เฉพาะตัวตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ 2457 ฉะนั้นเมื่อปรากฎว่ามีบุคคลบุกรุกเข้ามาทำนาหรือครอบครองเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียกรมการอำเภอย่อมมีอำนาจมีคำสั่งให้ผู้บุกรุกนั้นออกไปได้ ถ้าผู้นั้นฝ่าฝืนก็ย่อมมีความผิดฐานขัดคำสั่งตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 334โจทก์ฟ้องว่า นายอำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ได้มีคำสั่งให้จำเลยออกจากที่ดินอันเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะประโยชน์ของแผ่นดิน ซึ่งจำเลยได้บุกรุกเข้าไปทำนาและครอบครองเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยเสีย จำเลยได้ทราบคำสั่งแล้วไม่ยอมออกจึงขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๔ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่นาของจำเลย ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยผิดตามฟ้องปรับเป็นเงินคนละ ๓๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะประโยชน์สำหรับให้ราษฎรใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์พาหนะร่วมกันซึ่งทางอำเภอเมืองสุรินทร์ได้ประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามไว้ ที่รายพิพาทจึงเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา ๑๓๐๔ (๒) จึงอยู่ในหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษามิให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวตามความในมาตรา ๑๒๒ แห่ง พ.ร.บ.ปกครองท้อง