การจำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้ในสัญญาซื้อขายเรือ เมื่อเจ้าหนี้ในสัญญาจำนองและสัญญาซื้อขายเป็นคนละรายกัน การจำนองไม่มีผลผูกพัน และผู้จำนองสามารถนำพยานมา
การจำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้ในสัญญาซื้อขาย หากเจ้าหนี้ในสัญญาจำนองและสัญญาซื้อขายเป็นคนละรายกัน การจำนองย่อมไม่มีผลผูกพันสัญญาซื้อขายนั้น และผู้จำนองที่มิได้รับเงินจากผู้รับจำนองสามารถนำพยานมาสืบหักล้างสัญญาจำนองได้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาว่าการจำนองที่นา 2 แปลงเป็นอันตกไป และให้คืนโฉนดแก่โจทก์ตามสภาพเดิม
จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้แทนจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะขายเรือของจำเลยที่ 1 ให้แก่บุตรโจทก์ โดยโจทก์ทำสัญญาจำนองที่ดินต่อจำเลยที่ 2 และ 3 เพื่อประกันหนี้ค่าซื้อเรือ ต่อมาสัญญาจะซื้อขายเลิกกัน จำเลยที่ 1 ขายเรือให้จำเลยที่ 2 เสร็จเด็ดขาด โจทก์ฟ้องขอเพิกถอนสัญญาจำนอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2479นางเปลี่ยนโจทก์นายอับดรุ๊ดรอมาชัน ที่ 1(บังคับฝรั่งเศส)นายหล่อที่ 2,นางฟื้นที่ 3จำเลย ป.พ.พ. ม. 680, ม. 702, ม. 118, ม. 456, ม. 138 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 การจำนองที่ดินไว้เพื่อเป็นการประกันลูกหนี้ในสัญญาซื้อขายนั้น ถ้าหากเป็นการกระทำต่อเจ้าหนี้ต่างรายกันการจำนองนั้นย่อมไม่มีผลผูกพันสัญญาซื้อขายนั้น ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.94 พะยาน +หักล้าง การจำนองที่ผู้จำนองมิได้รับเงินจากผู้รับจำนอง ผู้จำนองย่อมนำพะยานมาสืบหักล้างสัญญาจำนองได้ ฎีกาอุทธรณ์ สัญญาทางพระราชไมตรี คดีที่คู่ความเป็นคนบังคับฝรั่งเศสชาติเชื้อชาวเอเซียจดทะเบียนภายหลังสัญญา ขึ้นศาลไทยธรรมดา วิธีพิจารณาความแพ่ง ค่าธรรมเนียมคดีนี้ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาจะขายเรือยนต์ลำหนึ่งซึ่งเป็นสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ ให้แก่ ผ.บุตร์โจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ ๒ เป็นผู้แทนจำเลยที่ ๑ ปรากฎตามสัญญาจะซื้อขายข้อ ๒ มีว่า"ในเรื่องราคาเรือ ผู้ซื้อได้นำโจทก์มาเป็นผู้รับประกัน โดยให้โจทก์ทำสัญญาจำนองที่ดินรวม ๒ โฉนดไว้ต่อจำเลยที่ ๒ และ ๓ " และปรากฎตามสัญญาจำนองว่าโจทก์ได้จำนองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๒ โฉนดนี้ให้แก่จำเลยที่ ๒,๓ เป็นเงินรวม ๒,๕๐๐ บาทโดยผู้จำนองได้รับเงินที่จำนองเป็นการเสร็จไปแล้วภายหลังสัญญาจะซื้อขายนี้ได้เลิกกันไปโดยจำเลยที่ ๑ ได้ขายเรือให้จำเลยที่ ๒ เสร็จเด็ดขาดไปแล้วโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนสัญญาจำนอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความมุ่งหมายที่จะประกันหนี้สินของ ผ.ต่อจำเลยที่ ๑ นั้นหาได้จัดการให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ เพราะมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงการค้ำประกันตาม ม.๖๘๐ วรรค ๒ และเจ้าหนี้ในเงินค่าเรือและในสัญญาจำนองก็เป็นคนละราย ควรถือว่าไม่มีความผูกพันเลยในระหว่างสัญญา