ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2508

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยจะถือเอาข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีเดิมมาเป็นข้อต่อสู้ในคดีใหม่ได้หรือไม่ และโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ห

หลักกฎหมาย

จำเลยจะถือเอาข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีเดิมมาเป็นข้อต่อสู้ในคดีใหม่ไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การในคดีใหม่ว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธฟ้องโจทก์ จำเลยจึงไม่มีข้อต่อสู้ การนำสืบตามข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีเดิมเป็นการนำสืบนอกประเด็น รับฟังไม่ได้ และการครอบครองที่ดินโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้า

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครอง จำเลยคัดค้าน โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ จำเลยให้การเพียงว่าเคยคัดค้านในคดีเดิม แต่ไม่ได้ให้การในคดีนี้ว่าโจทก์กับสามีเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายแช่มนางพอนยกที่พิพาทให้โจทก์และสามี โดยให้ไถ่จำนอง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2508นางลมูล เพ็ญธัญกรณ์โจทก์นายชุบ เพ็ญธัญกรณ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 177, ม. 104 กฎหมายว่าด้วยลักษณะครอบครัว พ.ศ.2478 ป.พ.พ. ม. 1382จำเลยจะถือเอาข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีเดิมมาเป็นข้อต่อสู้ในคดีใหม่ไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การคดีใหม่ว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธฟ้องโจทก์ จำเลยจึงไม่มีข้อต่อสู้ การที่จำเลยนำสืบตามข้ออ้างในคำร้องคัดค้านของคดีเดิมจึงเป็นการนำสืบนอกประเด็น รับฟังไม่ได้ ผู้มีชื่อยกที่พิพาทให้โจทก์และสามี โดยให้โจทก์และสามีไถ่จำนองให้ แล้วโจทก์กับสามีได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้ว โจทก์และสามีย่อมได้กรรมสิทธิ์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครอง จำเลยไปคัดค้าน โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยโจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่านายแช่มนางพอนได้ยกที่พิพาทให้โจทก์กับสามี โจทก์กับสามีได้ครอบครองที่พิพาทมากว่า ๑๐ ปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ แต่โจทก์กับสามีมิได้เป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ที่พิพาทจึงเป็นของโจทก์เพียงครึ่งเดียว ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ส่วนของโจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์กับสามีเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้การแต่เพียงว่า ก่อนฟ้องโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท จำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้าน โจทก์จึงถอนคดีนั้นมาฟ้องคดีนี้ แม้ในคำร้องคัดค้านในค