ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1030 - 1033/2493

ประเด็นกฎหมาย

กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจฟ้องเรียกหนี้จากลูกจ้างที่ได้รับเงินทดรองค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า แต่ไม่มีอำนาจฟ้องบุคคลภายนอกตามสัญญาการค้าหรือหากำไร

หลักกฎหมาย

กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานในราชการบริหาร ไม่มีส่วนราชการใดจัดไว้สำหรับทำการค้าหรือหากำไร ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจฟ้องเรียกหนี้ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของตนเท่านั้น การฟ้องเรียกเงินทดรองจากลูกจ้างคืนมิใช่การค้าหรือหากำไรกับบุคคลภายนอก จึงอยู่ในขอบเขตอำนาจ แต่การฟ้องบุคคลภายนอกตามสัญญาการค้า

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาในสำนวนแรก (คดีของนายอารีย์) ส่วนสำนวนที่ 2, 3, 4 ให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สำนวนแรกเป็นกรณีลูกจ้างได้รับเงินทดรองค่าใช้จ่ายในการขนน้ำตาลแล้วไม่ส่งคืนเงินที่เหลือ ขาดอยู่ 46,845.57 บาท ส่วนสำนวนที่ 2-4 เป็นการฟ้องบุคคลภายนอกตามสัญญาซื้อขายหรือรับจ้างขนส่งสินค้า

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1030 - 1033/2493กระทรวงพาณิชย์โจทก์นายอารีย์ ตันติเวชกุลล.กระทรวงพาณิชย์โจทก์นายเฉลียว มหาคุณล.กระทรวงพาณิชย์โจทก์นายสนั่น มหาคุณล. พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2476 พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2484 ป.พ.พ. ม. 69 ป.วิ.พ. ม. 55อำนาจหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำพิพากษาฎีกาที่ 950/2491 ว่าเป็นหน่วยอยู่ในราชการบริหาร ไม่มีกรมหรือส่วนราชการใดจัดไว้สำหรับทำการค้า หรือหากำไร ฉะนั้นจึงมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องเรียกหนี้สินที่อยู่ในขอบเขตต์อำนาจและหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น กระทรวงพาณิชย์เป็นโจทก์ฟ้องเรียกหนี้จากจำเลยโดยอ้างว่าสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดเป็นองค์การค้าส่วนหนึ่ง ของกระทรวงพาณิชย์จำเลยเป็นลูกจ้างของสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดตำแหน่งหัวหน้ากองการค้าได้รับเงินไปจากสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดเป็นเงินทดรองค่าใช้จ่ายในการขนน้ำตาลจากต่างจังหวัดมากรุงเทพฯอันเป็นธุระกิจ ของสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดและอยู่ในหน้าที่ของจำเลยเมื่อมีเงินเหลือจำเลยต้องส่งคืนจำเลยมีหน้าที่ต้องส่งเงินที่ขาดอยู่อีกเป็นเงินจำนวนหนึ่งแต่เพิกเฉยเสียจึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ย ดังนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกเงินที่ได้จ่ายทดรองแก่จำเลยผู้เป็นลูกจ้างคืนมิใช่เป็นเรื่องของการค้าหรือหากำไรกับบุคคลภายนอกโจกท์จึงมีอำนาจฟ้องได้ ส่วนเรื่องฟ้องบุคคลภายนอกตามสัญญาการค้าหรือหากำไรแล้วก็ไม่อยู่ในขอบเขตต์อำนาจและหน้าที่ของกระทรวง พาณิชย์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดี ๔ สำนวนนี้กระทรวงพาณิชย์เป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณา เพื่อมีคำสั่งเรื่องอำนาจฟ้องโดยโจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นกระทรวงในรัฐบาล สำนักงานกลางบร