การสมรสที่จดทะเบียนในขณะที่มีคู่สมรสอยู่ก่อนตามกฎหมายลักษณะผัวเมียเป็นโมฆะ
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1445 (3) การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหรือหญิงมิได้เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่นอยู่ หากฝ่าฝืนย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 1490
การจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับพันจ่าโทสิงห์เป็นโมฆะ
โจทก์กับพันจ่าโทสิงห์อยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยเปิดเผยตั้งแต่ พ.ศ. 2477 ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ต่อมาพันจ่าโทสิงห์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยในปี 2496 โดยแจ้งว่าไม่มีคู่สมรสอื่น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2506นางสงวน ทองคำโจทก์นางพยอม ทองคำหรือเฉยขจรล. กฎหมายลักษณะผัวเมีย ป.พ.พ. ม. 1445 (3), ม. 1490โจทก์กับ ส. เป็นสามีภริยากันอยู่ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ครั้นเมื่อ ส. ตาย กระทรวงกลาโหมได้จ่ายบำนาญตกทอดให้แก่โจทก์ตลอดมา ต่อมาจำเลยไปคัดค้าน กระทรวงกลาโหมจึงงดจ่าย ปรากฏว่าก่อน ส. ตาย ส. ได้สมรสกับจำเลยโดยจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนสมรสเช่นนี้ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1445 (3) , 1490 โจทก์จึงฟ้องจำเลยขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนทะเบียนสมรสนั้นเสียได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ โจทก์กับพันจ่าโทสิงห์ ทองคำ ได้อยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยเปิดเผยและอยู่กินฉันสามี-ภริยาตลอดมา จนเมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ พันจ่าโทสิงห์ ได้ไปปฏิบัติราชการสงคราม ณ เกาหลี และถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ ก่อนถึงแก่กรรม ปรากฏตามทะเบียนสมรสอำเภอพระโขนง เลขที่ ๒๕/๓๖๖๕ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๔๙๖ ว่า จำเลยกับพันจ่าโทสิงห์ ได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีคู่สมรสอื่น ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะขณะนั้นโจทก์ยังคงเป็นภริยาของพันจ่าโทสิงห์อยู่ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรับบำนาญตกทอดของพันจ่าโทสิงห์ต่อกระทรวงกลาโหม ๆ จ่ายเงินบำนาญให้โจทก์ตลอดมาจนถึงเดือนมกราคม ๒๕๐๐ ก็งดจ่าย เพราะจำเลยคัดค้านว่าจำเลยเป็นภริยาซึ่งจดทะเบียนสมรสกับพันจ่าโทสิงห์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนสมรสเลขที่ ๒๕/๓๖๖๕ นั้นเป็นโมฆะ และแจ้งการเพิกถอนไปยังอำเภอ จำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยเป็นภริยาโดยถูกต้องตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนทะเบียนสมรสตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎี