การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
ผู้ครอบครองที่ดินอย่างเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382
พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ละทิ้งที่พิพาทไม่น้อยกว่า 50 ปี จำเลยครอบครองที่พิพาทในลักษณะเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2509นางทองอยู่ สุนทรามระ ที่ 1 นายเขสม (บุญชู) แก้วผ่องศรีโจทก์นางกลับ สิงห์คนอง ที่ 1 นางทองเย็น เลาห์ปาเรศ ที่ 2 นายพะเนียดเลาห์ปาเรศ ที่ 3จำเลย ป.พ.พ. ม. 1367, ม. 1382 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่สวนหนึ่งแปลง ปรากฏตามสำเนาใบแทนใบไต่สวน โจทก์ครอบครองทำประโยชน์เป็นเวลาประมาณ ๕๐ ปี เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๐๔ จำเลยที่ ๑ ปลูกบ้านรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ บุกรุกเข้าไปปลูกบ้านขึ้นหนึ่งหลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายออกไป ห้ามมิให้เกี่ยวข้อง จำเลยให้การร่วมกันว่า ที่ดินที่ปลูกเรือนเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี โจทก์รื้อถอนเรือนอพยพจากที่ดินดังกล่าวไปอยู่ที่อื่นไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ ๔๒ แม้ในใบไต่สวนจะมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ โจทก์ก็ได้สละละทิ้งที่พิพาทไปโดยไม่ได้มอบให้ใครดูแลไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ครอบครองในลักษณะเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทมานาน เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ พิพากษายืน.(สวัสดิ์ พานิชอัตรา-โพยม เลขยานนท์-อรุณ ตินทุกะสิริ)ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเสมา รัตนมาลัยศาลอุทธรณ์ - นายลออง