ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776 - 777/2509

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทและการอุทิศที่ดินให้แก่ศาลจ้าวตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457

หลักกฎหมาย

ผู้ที่ปรารถนาจะอุทิศที่ดินของตนให้เป็นสมบัติของศาลจ้าวต้องยื่นเรื่องราวแสดงความปรารถนาเป็นลายลักษณ์อักษรมอบหมายให้แก่นายอำเภอผู้ปกครองท้องที่ จะทำหนังสือยกให้กันเองไม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฎีกาของนายเสีย แซ่จู และศาลจ้าวกวนอู

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทหมาย ก. และ ข. รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างเป็นของสมาคมพาณิชย์จีนนครศรีธรรมราช นายเสีย แซ่จู และนายซุยเฮง แซ่อึ่ง ฎีกาว่าได้ทำหนังสือยกที่แปลงหมาย ข. ให้แก่ศาลจ้าวแล้ว แต่ศาลฎีกาเห็นว่าการยกให้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776 - 777/2509สมาคมพาณิชย์จีนนครศรีธรรมราช โดยนายกวางโต แซ่ตัน นายกสมาคมโจทก์นายเสีย แซ่จูจำเลยศาลจ้าวกวนอู โดยนายฮุยเซง แซ่อึ่ง ผู้จัดการโจทก์สมาคมพาณิชย์จีนนครศรีธรรมราช โดยนางกวางโต แซ่ตัน นายกสมาคมจำเลย พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ผู้ที่ปรารถนาจะอุทิศที่ดินของตนให้เป็นสมบัติของศาลจ้าว ต้องยื่นเรื่องราวแสดงความปรารถนาเป็นลายลักษณ์อักษรมอบหมายให้แก่นายอำเภอผู้ปกครองท้องที่ จะทำหนังสือยกให้กันเองหาได้ไม่.คดีสองสำนวนนี้ศาลได้พิจารณาพิพากษารวมกันมา สำนวนแรก โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทและที่นอกพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องพร้อมด้วยตัวอาคาร ได้ปกครองถือกรรมสิทธิ์มาหลายสิบปี ได้กั้นกำแพงเป็นเขตที่ดินโดยรอบ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรับโฉนดที่พิพาทและนอกพิพาท จำเลยกับนายฮุยเซงคัดค้าน ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ อย่าให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง นายเสีย แซ่จู จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยกับพวก จำเลยกับพวกได้ปกครองถือกรรมสิทธิ์มา โจทก์ไม่ได้ปกครอง อาคารในที่พิพาทโจทก์มิได้ปลูกสร้าง สำนวนหลัง โจทก์ฟ้องว่า ศาลจ้าวกวนอูมีที่ดินในที่ตั้งศาลจ้าวตามแผนที่ท้ายฟ้อง เดิมตัวศาลจ้าวตั้งอยู่ตอนกลางของที่พิพาทตามเส้นสีแดง ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ในที่ปัจจุบันนี้ คณะกรรมการศาลจ้าวและโรงเรียนได้จัดหาเงินมาปลูกสร้างอาคารโรงเรียนขึ้นถวายให้แก่ศาลจ้าว ศาลจ้าวได้รับถวายและได้ครอบครองตลอดมา เมื่อโรงเรียนถูกปิด สมาคมฯ จำเลยได้ขออาศัยตึกชั้นล่างเป็นที่ทำการของสมาคมฯ ส่วนชั้นบนยังคงใช้ในกิจการของโรงเรียนตลอดมา ต่อมาจำเลยได้ร้องขอโฉนดที่ดินของศาลจ้าวตามเส้นสีแดง และยังขอเข้าไปในที่ของโรงเรียนทางด้านทิศใต้ตามแผนที่ท้ายฟ