ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2479

ประเด็นกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจเรียกใบแจ้งความร้องทุกข์ในคดีความผิดส่วนตัวมาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องทุกข์ในชั้นอุทธรณ์ได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจเรียกใบแจ้งความร้องทุกข์ในคดีความผิดส่วนตัวมาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องทุกข์ในชั้นอุทธรณ์ได้ เมื่อเห็นเป็นการสมควร ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 ข้อ 1

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยว่าที่ศาลอุทธรณ์เรียกใบแจ้งความร้องทุกข์มาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องทุกข์ในชั้นอุทธรณ์นั้น อยู่ในดุลยพินิจของศาลที่จะทำได้ ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 ข้อ 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงซื้อของเชื่อไปจากโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่าเจ้าทุกข์ทราบความทุจจริตตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2478 และได้นำความไปแจ้งต่อสถานีตำรวจ แต่โจทก์ไม่ได้สืบถึงวันที่แจ้งความ คงปรากฏแต่คำแจ้งความที่แนบมากับฟ้องลงวันที่ 10 มิถุนายน 2479 ฉบับเดียว จึงวินิจฉัยว่าเจ้าทุกข์ร้องทุกข์เกินกว่า 3 เด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2479อัยยการตำรวจ และนายเกียนซิงห์ (บังคับอังกฤษ)โจทก์นายมิลคิรามไชนา (บังคับอังกฤษ)จำเลย ป.วิ.อ. ม. 208 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ในคดีอาญาศาลอุทธรณ์มีอำนาจเรียกใบแจ้งความร้องทุกข์ในคดีความผิดส่วนตัวมาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องทุกข์ในชั้นอุทธรณ์ได้ เมื่อเห็นเป็นการสมควรคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงซื้อของเชื่อไปจากโจทก์ ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นฟังว่า เจ้าทุกข์ได้ทราบความทุจจริตของจำเลยตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๔๗๘ ได้นำความไปแจ้งต่อสถานีตำรวจร้องทุกข์เพื่อขอให้จัดการ แต่เจ้าทุกข์แจ้งความเมื่อใดโจทก์มิได้สืบถึง คงปรากฎแต่คำแจ้งความที่แนบมากับฟ้องลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๗๙ ฉะบับเดียว จึงวินิจฉัยว่าเจ้าทุกข์ร้องทุกข์เกินกว่า ๓ เดือน คดีขาดอายุความพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องหมายความว่าเจ้าทุกข์ไปแจ้งความในกำหนดเวลาตามกฎหมาย เบื้องต้นควรถือว่าคดีไม่ขาดอายุความ ถ้าศาลสงสัยควรพิเคราะห์ดูข้อเท็จจริงให้ถี่ถ้วนศาลอุทธรณ์จึงได้เรียกใบแจ้งความร้องทุกข์มาจากสถานีตำรวจ คงได้ความว่าเจ้าทุกข์ไปร้องเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๔๗๘ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ จึงพิพากษาย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาตัดสินยืนตาม โดยวินิจฉัยว่าที่ศาลอุทธรณ์ทำดังนี้อยู่ในดุลยพินิจของศาลที่จะทำได้ ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๒๐๘ ข้อ ๑(อมาตย์-นิติศาสตร์-เทฟโนต์)ศาลชั้นต้น - นายไชยเจริญศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ