ปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ภรรยาฟ้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูของบุตรจากสามีเพราะเหตุที่สามีผิดสัญญายอมที่ทำไว้นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว คู่
คดีที่ภรรยาฟ้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูบุตรจากสามีตามสัญญายอม ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว ดังนั้นคู่ความจึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น
ไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย เพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา 2 ครั้งกับค่าทนาย 20 บาทแทนโจทก์
เดิมจำเลยฟ้องหย่าโจทก์และทำสัญญายอมกันโดยจำเลยจะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 55 บาท ต่อมาจำเลยงดส่งเงิน โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินตามสัญญายอม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2479นางบุญรอด อ่วมใจดีโจทก์ขุนสิริภาษีจำเลย ป.วิ.พ. ม. 248, การที่ภรรยา+ฟ้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูของบุตรจากสามีเพราะเหตุที่สามีผิดสัญญายอมที่ทำไว้นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว คู่ความฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ วิธีพิจารณาความแพ่ง ค่าธรรมเนียม หมายเหตุ ปรากฎว่าคดีก่นอนี้(ฎีกาที่ 375/79) ศาลฎีกาสั่งให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสียเดิมจำเลยฟ้องอย่าจากโจทก์ได้ทำสัญญายอมกันโดยจำเลยจะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร์เดือนละ ๕๕ บาท ปรากฎว่าเมื่อเดือนมีนาคม ๒๔๗๗ จำเลยงดส่งเงินให้โจทก์ ๆ จึงฟ้องเรียกเงินประจำเดือนมีนาคม และเดือนต่อ ๆ ไปอีกตามสัญญายอม ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งไม่รับอุทธรณ์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์จำเลยไม่ต้องห้าม จึงสั่งให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์คงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยให้เงินโจทก์เดือนละ ๒๕ บาท เนื่องจากสัญญายอมนั้นเป็นการคลาดเคลื่อน ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ขึงไม่รับวินิจฉัย ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา ๒ ครั้งกับค่าทนาย ๒๐ บาทแทนโจทก์(อิศร-นล-ดูปลาตร์)ศาลชั้นต้น - นายศิริ+ศาลอุทธรณ์ - +ปัญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ