ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2479

ประเด็นกฎหมาย

ภาระการนำสืบข้อแก้ตัวของคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ย่อมเป็นข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าจำเลยได้เข้ามาโดยเจตนาซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เว้นแต่จะมีเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อจำเลยไม่นำสืบข้อแก้ตัว จำเลยก็ต้องมีผิด

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ลงโทษปรับจำเลยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2470 มาตรา 14 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2474 มาตรา 3-6 และ พ.ศ.2476 มาตรา 3

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นคนต่างด้าว ไม่มีหนังสือเดินทางหรือใบแสดงสัญชาติอันถูกต้อง ได้เข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยต่อสู้ว่าเข้ามาโดยหลงทาง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2479อัยยการสตูลโจทก์นายจั่ว แซ่ตันจำเลย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม. 3 ป.วิ.อ. คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรสยามโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานนั้น ถ้านำสืบข้อแก้ตัวไม่ได้ต้องมีผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง คนต่างด้าวต่อสู้ว่าเข้ามาในสยามโดยหลงทางเป็นหน้าที่ผู้นั้นนำสืบ วิธีพิจารณาอาญา หน้าที่นำสืบ ข้อสันนิษฐานได้ความว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือใบแสดงสัญชาติอันถูกต้องได้เข้ามาในพระราชอาณาจักษ์สยามโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จำเลยแก้ต่อว่า จำเลยตั้งใจมาหาคนในเขตต์ปลิศ แต่ได้หลงทางเข้ามาในเขตต์สตูล ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบเพราะพ.ร.บ.คนเข้าเมืองไม่มีข้อบัญญัติไว้เป็นพิเศษ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานดังนี้ย่อมเป็นข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า จำเลยได้เข้ามาโดยเจตนาซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อพ.ร.บ.คนเข้าเมือง เว้นแต่จะมีเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อจำเลยไม่นำสืบจำเลยก็ต้องมีผิด จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ลงโทษปรับจำเลยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๔๗๐ ม.๑๔ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๔ ม.๓-๖ แล พ.ศ.๒๔๗๖ ม.๓(นล-อิศร-ดูปลาตร์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ