ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2479

ประเด็นกฎหมาย

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่ว่าคดีมีมูลเป็นเด็ดขาดถึงที่สุด จำเลยฎีกาไม่ได้

หลักกฎหมาย

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ว่าคดีมีมูลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องย่อมถึงที่สุดตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จำเลยฎีกาไม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 225-228 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูลให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์กลับว่าคดีมีมูลให้รับฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโดยอ้างมาตรา 170

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2479หม่อมเจ้าหญิงประไพพงศ์โจทก์พระยากฤติกานกรกิจจำเลย ป.อ. ม. 225-228 ป.วิ.อ. ม. 170 -216 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่+คดีมีมูลนั้น ถือว่าเป็นเด็ดขาดถึงที่สุดแล้วจำเลยฎีกาไม่ได้ ฎีกาอุทธรณ์ อำนาจศาลฎีกาคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๒๕-๒๒๘ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าคดีโจทก์ยังไม่มีมูล ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแลหมายเรียกจำเลยมาแก้คดี จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยอ้างมาตรา ๑๗๐ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา จำเลยร้องคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยจัดการต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลฎีกาได้สั่งให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยแล้วก็ดี แต่ศาลฎีกาย่อมมีหน้าที่จะต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยให้เป็นการเด็ดขาดอีกชั้นหนึ่ง เพราะในเวลานั้นโจทก์จำเลยไม่มีโอกาศจะโต้เถียงกัน เห็นว่าคดีนี้เป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ว่าคดีโจทก์มีมูลย่อมถึงที่สุดตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๗๐ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(นล-วิกรม-ดูปลาตร์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ