ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2479

ประเด็นกฎหมาย

คนต่างด้าวที่ตั้งถิ่นฐานใกล้พรมแดนและเข้ามาชั่วคราวโดยไม่นำใบสำคัญแสดงรูปพรรณไปให้เจ้าพนักงานสลักหลังก่อน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 6 (1)

หลักกฎหมาย

บุคคลต่างด้าวซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้พรมแดนและเดินทางเข้ามาชั่วคราว ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 6 (1) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2470 และ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2474

คำวินิจฉัย

จำเลยไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 6 (1) เพราะได้รับยกเว้น พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง 2 ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นคนต่างด้าวตั้งภูมิลำเนาริมฝั่งลันตูบันยังติดต่อกับเขตแดนสยาม มีใบสำคัญแสดงรูปพรรณ และเดินทางเข้ามาที่ตลาดสุไหงโกล๊กเพื่อดูมะโย่งชั่วคราว โดยมิได้ให้เจ้าพนักงานสลักหลังใบสำคัญแสดงรูปพรรณก่อนเข้าเมือง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๑ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองการสลักหลังใบสำคัญแสดงรูปพรรณตามกฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยลงวันที่
  • มาตรา 6 (1) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2479อัยยการนราธิวาสโจทก์นายซอดี้ แซ่ซอจำเลย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2470 ม. 6 (1), คนต่างด้าวซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้เขตร์แดนสยามและมีใบสำคัญแสดงรูปพรรณ์แล้วข้ามแดนไปมาในพระราชอาณาจักร์สยามชั่วคราวโดยมิได้เอาใบสำคัญแสดงรูปพรรณ์นั้นไปให้เจ้าพนักงานสลักหลังเสียก่อนยังไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง คนต่างด้าวเข้ามาในสยามชั่วคราวได้รับความยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมได้ความว่าจำเลยตั้งภูมิลำเนาริมฝั่งลันตูบันยัง ติดต่อกับเขตต์แดนสยามจำเลยมีใบสำคัญแสดงรูปพรรณ ได้เดินทางเข้ามาที่ตลาดสุไหงโกล๊กเพื่อจะดูมะโย่งชั่วคราว แต่จำเลยมิได้ให้เจ้าพนักงานตรวจสลักหลังใบสำคัญแสดงรูปพรรณและอนุญาตให้เข้ามาได้เสียก่อน ศาลฎีกาตัดสินว่าสำหรับบุคคลต่างด้าวซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้พรมแดนและเดินทางเข้ามาชั่วคราวนั้นได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๒๑ มกราคมพ.ศ.๒๔๗๐ ยกเว้นการปฏิบัติเรื่องหนังสือเดินทางหรือใบสำคัญแสดงสัญชาติฉะนั้นจำเลยจึงได้รับความยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๖ อนุมาตรา ๑ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองการสลักหลังใบสำคัญแสดงรูปพรรณตามกฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๗๔ ก็ไม่เกี่ยวกับบุคคลที่ตั้นถิ่นฐานอยู่ใกล้พรมแดน อนึ่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๔ ก็บัญญัติยกเว้นการปฏิบัติตามอนุมาตรา ๖ สำหรับบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศสยามชั่วคราวด้วย จึงเรียกไม่ได้ว่าจำเลยได้ทำการฝ่าฝืนต่ออนุมาตรา ๖ นี้ ส่วนข้อห้ามหรือการปฏิบัติตามอนุมาตราอื่นตั้งแต่ ๒-๕ และ ๗ -๘ โจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องให้แจ้งชัด และไม่ปรากฎว่าจำเลยได้ฝ่าฝืนในข้อใด จึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัย จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย(นล-อิศร-ดูปลาตร์)ศาลชั้นต้