ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2508

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการฟ้องซ้ำ การนำสืบหักล้างข้อต่อสู้ของจำเลย และการอ้างพยานเพิ่มเติมในคดีขับไล่

หลักกฎหมาย

สัญญาเช่าที่มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีผลบังคับเพียง 3 ปี เมื่อครบกำหนดและโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้; ฟ้องซ้ำต้องมีประเด็นเดียวกัน; เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย โจทก์ย่อมนำสืบหักล้างได้ว่าจำเลยใช้ตึกพิพาทเป็นโรงโสเภณีจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวซึ่งจำเลยเช่าจากนายเกียงโดยมีกำหนดเกิน 3 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสัญญาเช่า จำเลยต่อสู้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมค่าเช่า โจทก์นำสืบว่าจำเลยใช้ตึกเป็นโรงโสเภณีและอ้างพยานเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่ จำเลยฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2508นายเติม จารุจินดา ที่ ๑ นายชุณ จารุจินดา ที่ ๒โจทก์นางสุมาลี คำนวณศิลป์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 85, ม. 148 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 การที่โจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยในคดีนี้ให้ออกจากตึกพิพาทในฐานะบริวารจำเลยในคดีอื่นศาลสั่งว่าจำเลยไม่ใช่บริวาร โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยในคดีนี้ตามสัญญาเช่านั้น ไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยให้การว่า เช่าตึกพิพาทเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองกฎหมาย โจทก์ย่อมนำสืบหักล้างข้อต่อสู้ของจำเลยได้ว่า จำเลยมิได้ใช้ตึกพิพาทเป็นที่อยู่อาศัย หากแต่ทำเป็นโรงโสเภณีจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 เมื่อจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนและยังสืบไม่เสร็จ โจทก์ย่อมอ้างพยานเพิ่มเติมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรค 2โจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวของโจทก์ ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นผู้เช่าจากนายเกียงผู้เช่าที่ดินโจทก์ปลูกตึกแถวและยกกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ จำเลยเช่าเพื่อทำการค้ามีกำหนดเกินกว่า ๓ ปี แต่มิได้จดทะเบียนสัญญาเช่าจึงมีผลบังคับเพียง ๓ ปี พ้นกำหนดแล้วโจทก์บอกเลิกการเช่า จำเลยก็ไม่ยอมออก ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยสู้ว่า จำเลยทำสัญญาเช่าตึกพิพาทกับนายเกียงมีกำหนด ๑๐ ปี โดยโจทก์รู้เห็นยินยอม และจะไปจดทะเบียนการเช่าให้ โจทก์จึงผูกพันตามสัญญาเช่าที่จำเลยกับนายเกียงได้กระทำต่อกัน สัญญายังไม่สิ้นอายุ และจำเลยไม่ได้ผิดสัญญา โจทก์ฟ้องซ้ำจำเลยเช่าอยู่อาศัย จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเล