คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิในโรงเรือนที่มีราคาเกินกว่าที่ผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้ และปัญหาอำนาจศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
เมื่อจำเลยให้การชัดว่าโรงเรือนพิพาทไม่ใช่ของบิดาโจทก์ แต่เป็นโรงเรือนที่จำเลยร่วมกับผู้อื่นออกเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานสาธารณะกุศล ถือเป็นการพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ หากโรงเรือนมีราคาอย่างต่ำ 6,000 บาท คดีเกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้ และปัญหาอำนาจศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเป็นเรื่อง
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกคำพิพากษาศาลแขวง แต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความที่จะดำเนินคดีในศาลที่มีอำนาจ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นมรดกของบิดา จำเลยต่อสู้ว่าโรงเรือนพิพาทไม่ใช่ของบิดาโจทก์ แต่เป็นโรงเรือนที่จำเลยร่วมกับผู้มีชื่อออกเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานกุศลกิจ ศาลแขวงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์สั่งให้ตีราคาโรงเรือน โจทก์ตีราคา 6,000 บาท จำเลยตีราคา 3,000 บาท ศาลอุทธรณ์วิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1127/2493นายเป้งเว้ง หรือเป้งย้ง แซ่ลี้โจทก์นางเมี่ยวเอง แซ่ตั้งล. ป.พ.พ. ม. 1365 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ป.วิ.พ. ม. 150, ม. 142โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นบิดา ๆ ตายจึงเป็นมฤดกตกได้แก่โจทก์จำเลยต่อสู้ว่า โรงเรือนพิพาทไม่ใช่ของบิดาโจทก์เป็นโรงเรือนที่จำเลยร่วมกับผู้มีชื่อออกเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานกุศลกิจ ดังนี้เป็นคดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิในโรงเรือนพิพาทนั้น เมื่อโรงเรือนพิพาทมีราคาถึง 6000 บาท คดีก็เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้ โจทก์ฟ้องคดีเกินอำนาจศาลแขวงต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกอำนาจศาลขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลแขวงนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจศาลตามพระธรรมนูญศาลยุตติธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวศาลสูงจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโรงเรือนพิพาท โดยอ้างว่าบิดาโจทก์ตายจึงตกเป็นหน้าที่ของโจทก์จำเลยเป็นผู้อาศัย จำเลยต่อสู้หลายข้อ ฉะเพาะข้อหนึ่งสู้ว่าโรงเรือนพิพาทมิใช่ทรัพย์ของบิดาโจทก์ เป็นโรงเจที่จำเลยร่วมกันกับผู้มีชื่อบริจาคเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานการกุศลของผู้ถือศีลกินเจซึ่งที่ประชุมกรรมการผู้ ออกเงินแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้ช่วยเหลือบิดาโจทก์ดูแลสถานที่นี้ โจทก์หามีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยไม่ และเมื่อศาลแขวงพระนครใต้สืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว จำเลยแถลงขอให้ศาลวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งสามัญซึ่งโต้เถียงกรรมสิทธิโรงเรือนพิพาทกันมีราคา ๒๐๐๐ บาท เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้ แต่ศาลแขวงพระนครใต้เห็นว่าจำเลยไม่ได้โต้เถียงกรรมสิทธิจึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลแขวงเรียกคู่ความมาตีราคาโรงเรื