คดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดิน ซึ่งเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ที่กำหนดราคาเงินมิได้ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง และโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเพราะแสดงไม่
คดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดราคาเงินมิได้ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149, 150 และโจทก์ต้องแสดงกรรมสิทธิของตนก่อนจึงจะมีสิทธิฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรม
ให้ยกฎีกาโจทก์ พิพากษายืนตามศาลล่าง
โจทก์ฟ้องขอเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน อ้างตนเป็นเจ้าของร่วมและจำเลยทำใบมอบฉันทะปลอม แต่ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์แสดงกรรมสิทธิร่วมไม่ได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2493นายเห้ง แซ่หลีโจทก์นายผ้อย ลุยทุ้ง ที่ 1, นายกิ้ม ลุยทุ้ง ที่ 2ล. พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ป.วิ.พ. ม. 149, ม. 150ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินนั้นด้วยการซื้อขายทำกันไม่สมบูรณ์เพราะตนหรือเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งไม่ ได้เป็นผู้ขาย หากแต่จำเลยคนหนึ่งทำใบมอบฉันทะปลอมขึ้นว่าเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้นมอบฉันทะให้จำเลยขายแก่จำเลยอีก คนหนึ่งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องใบมอบฉันทะที่ให้จำเลยขายนั้น เป็นใบมอบฉันทะที่แท้จริงและผู้มอบฉันทะก็เป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียว ดังนี้ถือว่าเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดลงเป็นราคาเงินมิได้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๔๙๐ คณะกรมการอำเภอเมืองตรัง ได้ทำหนังสือซื้อขายที่ดินแปลงหนึ่งให้แก่นางชุ้น โดยนายกิ้มจำเลยที่ ๒ ลงชื่อแทนนางชุ้นผู้ขาย นายผ้อยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ซื้อ เป็นเงิน ๑๕๐๐ บาท ชั้นต้นนางซุ้นขอประกาศขาย อำเภอประกาศโฆษณาตามระเบียบโจทก์ได้คัดค้านเป็นลำดับมา ต่อมาก่อนอำเภอทำหนังสือซื้อขาย นางซุ้นได้ยื่นคำร้องขอโอนการขาย และถอนใบมอบฉันทะ ซึงมอบให้นายกิ้มจำเลยที่ ๒ ขายแทนเสีย หนังสือซื้อขายจึงไม่สมบูรณ์ โจทก์มีกรรมสิทธิในที่ดินรายนี้ร่วมด้วยนายกิ้มไม่มีอำนาจขาย จึงขอให้ศาลสั่งแสดงว่าหนังสือซื้อขายรายนี้ไม่สมบูรณ์และให้เพิกถอน จำเลยให้การว่า โจทก์ได้เคยไปคัดค้านจริง แต่โจทก์ไม่อาจแสดงได้ว่าตนมีสิทธิคัดค้านได้ทางอำเภอสอบส่วนได้ความว่านางซุ้นมีกรรมสิทธิแต่ผู้เดียว โจทก์ทำใบถอนใบมอบฉันทะปลอม ปลัดอำเภอได้สอบปากคำนางชุ้นแล้ว นางชุ้นยืนยันให้ขายและไม่มีการถอนใบมอบฉันทะกับตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง คู่ความต่างไม่สืบพยาน (บุคคล) ศา