การที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ แต่ลงโทษฐานบุกรุกซึ่งเป็นบทหนักเพียงมาตราเดียว ไม่ถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบ
การตีความในคดีอาญาต้องตีความตามตัวบทโดยเคร่งครัด และให้เป็นผลดีแก่จำเลย เมื่อศาลลงโทษฐานบุกรุกซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90 เพียงมาตราเดียว จะถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วยไม่ได้
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
จำเลยปีนรั้วเข้าไปในโรงเรียนในเวลากลางคืนเพื่อลักทรัพย์ราคา 970 บาท แต่กระทำไม่ตลอด ถูกจับก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ แต่ลงโทษฐานบุกรุกตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนักเพียงมาตราเดียว และสั่งกักกัน 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่กักกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 646/2506พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายบุญตุ๊ รัฐเขตต์ล. ป.อ. ม. 365, ม. 335, ม. 80, ม. 41 พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 คดีที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ แต่ให้ลงโทษฐานบุกรุกซึ่งเป็นบทหนักมาตราเดียวกัน จะถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วยไม่ได้ จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษในความผิดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 ที่จะกักกันจำเลยได้คดีนี้ โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ฟังได้ว่าจำเลยได้บังอาจปีนรั้วเข้าไปในโรงเรียนวัดบพิตรพิมุขในเวลากลางคืน แล้วเข้าไปลักทรัพย์ของนายนามไปรวมราคา ๙๗๐ บาท แต่จำเลยกระทำไปไม่ตลอด จึงถูกจับเสียก่อน ขอให้ลงโทษกักกันจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๓๕, ๘๐, ๔๑ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นบทหนัก โดยให้จำคุกจำเลย ๑ ปี ลดฐานจำเลยให้การรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย ๖ เดือน เมื่อพ้นโทษจำคุกแล้วให้ส่งตัวไปกักกันมีกำหนด ๓ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่กักกันจำเลย โจทก์ฎีกาขอให้กักกันจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลขั้นต้นจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ด้วยก็ตาม แต่การลงโทษจำเลย ศาลลงโทษฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่เพียงมาตราเดียวเท่านั้น เช่นนี้จะถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วยไม่ได้ เพราะการตีความในคดีอาญาต้องตีความตามตัวบทโดยเคร่งครัด และให้เป็นผลดีแก่จำเลย เมื่อเช่นนี้ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษในความผิดที่ระบุไว้ตามฎีกาโจทก์