ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2506

ประเด็นกฎหมาย

เรือนที่สร้างขึ้นโดยมีเจตนาลวงให้เห็นว่าเป็นเรือนสำหรับอยู่อาศัย แต่ไม่มีสภาพเป็นที่อยู่อาศัยอย่างธรรมดา ไม่นับเป็นสิ่งปลูกสร้างตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับ

หลักกฎหมาย

เรือนที่สร้างขึ้นในลักษณะที่มิได้มีสภาพเป็นที่อยู่อาศัยอย่างธรรมดา และมีเหตุแสดงว่าเป็นเรือนที่บุคคลธรรมดาไม่ทำขึ้นสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยถาวร หากแต่ทำขึ้นโดยมีเจตนาลวงให้เห็นว่าเป็นเรือนสำหรับอยู่อาศัย ย่อมไม่นับว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างตามความหมายในพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 4

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 1 ปี ริบของกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยสร้างเรือนรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้าง 10.50 เมตร ยาว 12.80 เมตร ใช้เสา 28 ต้น ครัวขวางใช้เสา 12 ต้น เสาบางต้นยังไม่กลบดินและมีเปลือกไม้ติดอยู่ พื้น ฝา ตง รอด เครื่องบนไม่ได้ไสกบ ไม่มีประตูหน้าต่าง หลังคามุงใบตองตึง การปูพื้นตีฝาผิดธรรมดา ใช้พุกประกับแทนตะปู จำเลยยังคงอาศัยอยู่กับบิดามารดาและ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2506อัยการจังหวัดแพร่โจทก์นายมั่น จินะการณ์ล. พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 48 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 เรือนที่สร้างขึ้นในลักษณะที่มิได้มีสภาพเป็นที่อยู่อาศัยอย่างธรรมดา และมีเหตุแสดงว่าเป็นเรือนที่บุคคลธรรมดาไม่ทำขึ้นสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยถาวร หากแต่ทำขึ้นโดยมีเจตนาลวงให้เห็นว่าเป็นเรือนสำหรับอยู่อาศัย ย่อมไม่นับว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างตามความหมายในพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 4โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้สักท่อนยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือตรารัฐบาลขายประทับไว้ในครอบครอง ๑๕ ท่อน เนื้อไม้ ๗.๕๖ ลูกบาศก์เมตร และมีไม้สักที่แปรรูปแล้ว ๒๘ ท่อน กับ ๑๒๒๘ แผ่น เนื้อไม้ ๔๒.๙๑๐ ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๖๙, ๗๓, ๗๔ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๖, ๑๗ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๒, ๑๗ และริบของกลาง จำเลยให้การว่า ไม้ของกลางไม่ใช่ไม้แปรรูป เป็นไม้ซึ่งจำเลยได้ปลูกเป็นเรือนมาหลายปีแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาเป็นใจความว่า ไม้ของกล่าวได้ปลูกสร้างเป็นเรือนมาหลายปีแล้ว มีสภาพเป็นเรือนที่สมบูรณ์ ใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างตามที่กล่าวยกเว้นไว้ในบทบัญญํติความหมายของคำว่า "ไม้แปรรูป" จึงมิใช่ไม้แปรรูป ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ไม้ของกลางซึ่งจำเลยประกอบเป็นเรือนนั้น จำเลยเพิ่งปลูกสร้างเสร็จใหม่ ๆ ลักษณะของเรือนตามที่ฟังกันมามีข้อสำคัญ ๆ คือ ๑. รูปเรือนเป็นรูปสี