ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2434/2536

ประเด็นกฎหมาย

เงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์เมื่อเลิกจ้างเป็นเงินบำเหน็จหรือค่าชดเชย และโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยซ้ำอีกหรือไม่ รวมถึงสิทธิได้รับค่าชดเชยหลังเกษียณอายุ

หลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างเท่านั้น มิได้กำหนดเรื่องเงินบำเหน็จ สิทธิได้รับเงินบำเหน็จขึ้นอยู่กับระเบียบข้อบังคับของนายจ้างหรือข้อตกลง เงินที่จ่ายตามระเบียบข้อบังคับซึ่งไม่น้อยกว่าค่าชดเชยตามกฎหมายถือเป็นค่าชดเชย ไม่ใช่เงินบำเหน็จ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยหลังจากเกษียณอายุให้แก่โจทก์เป็นเงิน 98,052 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำงานกับจำเลยจนครบเกษียณอายุ จำเลยจ่ายเงิน 222,900 บาท เมื่อโจทก์ออกจากงาน ระเบียบข้อบังคับของจำเลยไม่ได้กำหนดให้จ่ายเงินบำเหน็จ แต่กำหนดให้จ่ายเงินชดเชยในกรณีเลิกจ้างและลาออก โดยมีหลักเกณฑ์การคำนวณที่ให้ประโยชน์มากกว่าที่กฎหมายกำหนด หลังจากเกษียณอายุ จำเลยจ้างโจทก์ทำงานต่ออีก 3 ปี โดยมีสัญญาจ้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2434/2536นาย ประพนธ์ ศุภไพบูลย์โจทก์บริษัท อี ซูซุ มอเตอร์ ( ประเทศ ไทย ) จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 2ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างเท่านั้น มิได้กำหนดเรื่องการจ่ายเงินบำเหน็จแต่อย่างใด ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากนายจ้างหรือไม่เพียงใด ย่อมต้องแล้วแต่ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ได้กำหนดไว้คดีนี้ระเบียบข้อบังคับของจำเลยหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไม่ได้กำหนดให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างแต่ได้กำหนดให้จำเลยจ่ายเพียงเงินชดเชยเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินบำเหน็จจากจำเลย แม้ระเบียบข้อบังคับของจำเลยจะได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ลูกจ้างได้รับเงินชดเชยในกรณีลาออกไว้ด้วยก็เป็นการกำหนดเพิ่มเติมนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ซึ่งกำหนดให้จ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างเฉพาะกรณีเลิกจ้างเท่านั้นก็ตาม แต่การกำหนดหลักเกณฑ์เช่นนี้เป็นคุณแก่ลูกจ้างมากกว่า จึงไม่เป็นการขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานแต่อย่างใด เมื่อจำเลยจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยให้แก่โจทก์ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามที่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46(3) กำหนดไว้ เงินชดเชยดังกล่าวจึงเป็นค่าชดเชยไม่อาจจะแปลว่าเป็นเงินบำเหน็จ ดังที่โจทก์อ้างได้โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยจากจำเลยซ้ำอีกโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทำงานกับจำเลยมาจนครบเกษียณอาย