ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2501

ประเด็นกฎหมาย

สารวัตรศึกษาไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกบัตรประจำตัวประชาชน การรับสินบนหรือจดแจ้งความเท็จในการทำบัตรดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามา

หลักกฎหมาย

สารวัตรศึกษาไม่มีหน้าที่ในการออกบัตรประจำตัวประชาชน จึงไม่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตามกฎหมาย แม้จะเข้าช่วยเหลือในการทำบัตรประจำตัวประชาชนและได้รับเงินมา ก็ไม่มีความผิดฐานสมคบหรือสมรู้ด้วยเจ้าพนักงานรับสินบนและจดข้อความเท็จ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่มีหน้าที่ออกบัตรประจำตัวประชาชนจึงไม่เป็นเจ้าพนักงาน และจำเลยที่ 2 ไม่มีพยานหลักฐานว่าสมคบ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นสารวัตรศึกษาธิการอำเภอ จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานเทศบาลและผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน จำเลยทั้งสองถูกฟ้องว่าสมคบกันเรียกและรับสินบนจากนายสานและนายหยาดคนละ 200 บาท ในการขอทำบัตรประจำตัวประชาชน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2501อัยการ กรมอัยการโจทก์นายอุดร ศรีประพัฒน์ กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 65, ม. 138, ม. 230 พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2505 สารวัตรศึกษาไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกบัตรประจำตัวประชาชน ฉะนั้นแม้จะรับสินบนหรือจดแจ้งความเท็จในการทำบัตรนั้น ก็ไม่เป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 138,230โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นสารวัตรศึกษาธิการอำเภอ จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานเทศบาลสามัญ เทศบาลธนบุรี และเป็นผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นแขวงอำเภอธนบุรี มีหน้าที่รับแจ้งในเรื่องเกี่ยวด้วยทะเบียนสำมะโนครัว ทะเบียนบ้านรับแจ้งและจดทะเบียน ในการที่บุคคลย้ายที่อยู่เข้าออกคนเกิดคนตาย การปลูกบ้านและรื้อบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อวันที่ ๒๒ ถึงวันที่ ๒๘ พ.ค.๒๔๙๘ เวลากลางวัน จำเลยสมคบกันกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ บังคับเรียกและรับเงินสินบนไว้จากนายสานกับนายหยาดคนละ ๒๐๐ บาท เป็นอาณาประโยชน์ของตนกับพวก ซึ่งมิควรจะรับไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการที่นายสานกับนายหยาดมาขอบัตรประจำตัวประชาชน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๒ ผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๓๐,๑๓๘,๖๕ ที่แก้ไขแล้วมาตรา ๓ รวมกะทงลงโทษจำคุกคนละ ๖ ปี ลดฐานสมรู้ให้จำเลยที่ ๑ อีก ๑ ใน ๓ จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๔ ปี ลดตาม มาตรา ๕๙ คนละ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ กำหนด ๒ ปี ๘ เดือน จำเลยที่ ๒ กำหนด ๔ ปี จำเลยที่ ๒ ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์รวมถึงจำเลยที่ ๑ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพยานหลักฐานโจทก์ไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ ๒ ได้เข้าร่วมตกลงรับทำการช่วยเหลือในการทำบัตรประชาชน จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีความผิด ส่วนจำเลยที่ ๑ ไม่มีหน้าที่ในการออกบัตรประจำต