ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2503

ประเด็นกฎหมาย

ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการกักกันจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14 หรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยมีโทษฐานลักทรัพย์ครั้งเดียวซึ่งเป็นโทษฐานที่ระบุไว้ในมาตรา 41 ประมวลกฎหมายอาญา และมีกำหนดโทษจำคุกถึง 6 เดือน ศาลมีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14 ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร รวมถึงการยกเลิกการกักกัน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกเลิกการกักกันจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยต้องโทษฐานลักทรัพย์จำคุก 6 เดือน และต่อมาถูกพิพากษาลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงาน และเมาสุรา โดยศาลวางโทษจำคุกฐานทำร้ายร่างกาย 4 เดือน ซึ่งไม่ใช่โทษที่ระบุในมาตรา 41 คงเหลือแต่โทษฐานลักทรัพย์ครั้งเดียวที่มีกำหนดโทษจำคุกถึง 6 เดือน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2503พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายแคะหรือเพชร แตงทองหรือแตนทองจำเลย ป.อ. ม. 14, ม. 41 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 จำเลยต้องโทษฐานลักทรัพย์ศาลจำคุก 6 เดือน ต่อมาจำเลยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงานและเมาสุรา ศาลรวมกะทงลงโทษจำคุก 1 ปี แต่ฐานทำร้ายร่างกายนั้นศาลวางโทษจำคุก 4 เดือน ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จึงนำมากักกันจำเลยไม่ได้คงเหลือโทษฐานลักทรัพย์ครั้งเดียว ที่เป็นโทษฐานที่ระบุไว้ในมาตรา 41 ประมวลกฎหมายอาญา และมีกำหนดโทษจำคุกถึง 6 เดือน ศาลจึงมีอำนาจตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 14 ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร ศาลจึงอาจสั่งให้ยกเลิกการกักกันให้จำเลยได้คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยเสพย์สุราอาละวาดและทำร้ายร่างกาย เป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๔, ๓๓๕ (๑๓) ให้รวมกะทงลงโทษจำคก ๖ เดือน เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ จำคุก ๘ เดือน กับให้ลงโทษกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๔, ๘, ๙ อีก ๓ ปี คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกโทษกักกัน โดยมีประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ ศาลอาญามีคำสั่งว่าโทษกักกันได้เปลี่ยนมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕ แล้ว ตามรูปคดี่ จำเลยยังไม่อาจได้รับผลตามมาตรา ๒๔ , ๑๕ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยต้องโทษฐานลักทรัพย์จำคุก ๖ เดือน พ้นโทษแล้วต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ่ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุรา จำคุก ๑ ปี นอกนี้ไม่เข้าเกณฑ์ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๔๑ แต่โทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุรานั้น จำเลยถูกศาลพิพากษาเรียงกะทง เฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ศาลจำคุก ๔ เดือน โทษครั้งนี้จึงนำมากักกันจำเลยไม่ได้คงเหลือฐานลัก